พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขึ้นครองราชย์เป็นประมุขแห่งสหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นประมุขแห่งสหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ แล้ว
วันที่ 10 กันยายน 2565 บีบีซีรายงานว่า พิธีประกาศการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรเริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังเสร็จสิ้นการประชุมสภาการขึ้นครองราชย์
โดย “เพนนี มอร์ดันท์” ประธานรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร ได้ประกาศการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 อย่างเป็นทางการ จากนั้นจึงประกาศว่า เจ้าชายชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ ทรงขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ณ บัดนี้

เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เป็นผู้ลงพระนามรับรองคำประกาศดังกล่าว โดยมี “ลิซ ทรัสส์” นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และอาร์ชบิชอป จัสติน เวลบี เป็นพยาน ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีการในขั้นแรก

ก่อนดำเนินพิธีการต่อไป ที่รวมถึงการประกาศการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์พระองค์ใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยการยิงสลุตทั้งที่ไฮด์ปาร์ก และทาวเวอร์ออฟลอนดอน

ต่อมาพิธีการได้ย้ายไปที่ท้องพระโรง โดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงประกาศการสวรรคตของพระราชมารดาผู้เป็นที่รักของพระองค์
“สำหรับเราทุกคนในฐานะครอบครัว และในอาณาจักรนี้ และประเทศในเครือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรนี้ มารดาของของข้าพเจ้าได้ทำงานรับใช้มาตลอดพระชนม์ชีพด้วยความรักและปราศจากความเห็นแก่ตัว ในรัชสมัยของพระองค์ ข้าพเจ้าไม่สามารถหาสิ่งใดเทียบได้ ทั้งในความเสียสละและการอุทิศพระวรกาย แม้แต่ในขณะที่เราโศกเศร้า เราขอขอบคุณชีวิตที่เต็มไปด้วยความศรัทธา”
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสอีกว่า ข้าพเจ้าตระหนักดีถึงการสืบทอดมรดกหน้าที่และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ขององค์ประมุขที่่บัดนี้ตกทอดมาถึงข้าพเจ้า พร้อมกันนี้พระองค์ได้ตรัสยกย่องสมเด็จพระราชินีคามิลลา

จากนั้นได้ทรงให้สัตย์ปฏิญาณต่อเชิร์ชออฟสกอตแลนด์ในการธำรงไว้ซึ่งศาสนจักร ก่อนที่พระองค์จะทรงลงพระนามในคำปฏิญาน โดยมีองคมนตรีเป็นพยาน ตามด้วยเจ้าชายวิลเลียม และสมเด็จพระราชินีคามิลลา
ต่อมามอร์ดันท์ อ่านร่างเนื้อหาของคำประกาศที่จะมีผลบังคับใช้ เพื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชานุมัติทีละข้อ
หัวหน้าผู้ดูแลตราราชวงศ์ เป็นผู้ประกาศการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่สีหบัญชร โดยประกาศว่า “God save the King” ตามด้วยการประโคมเสียงแตรขานรับ ตามด้วยการบรรเลงเพลงชาติ ก่อนที่หัวหน้าผู้ดูแลตราราชวงศ์จะประกาศให้ส่งเสียงถวายพระพรชัย 3 ครั้ง โดยมีกองทหารรักษาพระองค์ส่งเสียงร้องฮูเร่ พร้อมถอดหมวกขานรับ
ตลอดพิธีการ มีการอนุญาตให้ประชาชนส่วนหนึ่งเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานที่บริเวณลานฟรีอาร์ส คอร์ท
เมื่อพิธีการที่พระราชวังเซนต์เจมส์เสร็จสิ้นลง ขบวนรถของคณะผู้ประกาศได้เคลื่อนขบวนเพื่อไปประกาศการเถลิงถวัลยราชสมบัติของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงลอนดอน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพระราชพิธีทางการที่เป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของการขึ้นครองราชย์ นั่นก็คือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะต้องใช้เวลาจัดเตรียมงานระยะหนึ่งหลังกษัตริย์พระองค์ใหม่เริ่มการสืบทอดราชบัลลังก์ เช่นในกรณีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองนั้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีขึ้นหลังทรงครองราชย์ได้ถึง 1 ปีเต็ม
ในประวัติศาสตร์ 900 ปีที่ผ่านมา พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจัดขึ้นที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ทุกครั้ง โดยพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต (William the Conqueror) เป็นกษัตริย์อังกฤษพระองค์แรกที่ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกที่นั่น และกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามจะนับเป็นองค์ที่ 40 ในครั้งนี้
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีขึ้นตามแนวทางของศาสนจักรอังกฤษ และประกอบพิธีโดยอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำนิกายแองกลิกัน จุดสำคัญของพิธีดังกล่าวอยู่ที่การสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด ซึ่งทำขึ้นตั้งแต่ปี 1661 ด้วยทองคำล้วนหนัก 2.23 กิโลกรัม ลงบนพระเศียรของกษัตริย์พระองค์ใหม่ รวมทั้งการเจิมน้ำมันหอม การรับคทาและลูกโลกประดับกางเขนจากอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี
https://youtu.be/_MAc2_g4-e4
ที่มา :: www.prachachat.net










