Learn with Prin เรียนรู้ไปพร้อมกับน้องปริญญ์

จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Legacy /Reborn Set ลด Fat ตัวช่วยลดไขมัน ลดน้ำหนัก แบบถูกวิธี 🔥 ติดต่อสอบถาม/สั่งซื้อ 📍 โทร ☎️ :: 084-110-5021 🌸 Line ID :: pla-prapasara 🌸 รับโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะทาง Line นะคะ 📍

วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ประวัติทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ประวัติทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์





  ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประวัตินักการเมืองไฟแรง หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้คะแนนเสียงท่วมท้นจากการเลือกตั้ง 2566 ทำให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล และชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะถูกเสนอเป็นว่าที่นายกฯ คนที่ 30 ของไทย ซึ่งเขามีประวัติและเรื่องราวอะไรน่าสนใจบ้าง มารู้จักกัน


ทิม พิธา ประวัติ

ภาพจาก : Instagram pita.ig

          ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง 2566 ออกมาแล้วอย่างไม่เป็นทางการ และดูเหมือนว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของไทยที่มีผู้ไปลงคะแนนเสียงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งแน่นอนว่า พรรคก้าวไกล ภายใต้การนำของนักการเมืองหนุ่มไฟแรงอย่าง ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนไปอย่างท่วมท้น กลายเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย และตอนนี้หลายคนให้ความสนใจกับหลากหลายเรื่องราวของเขา กระปุกดอทคอมจึงขอพาไปทำความรู้จักกับ ทิม พิธา ให้มากขึ้นว่ามีประวัติอะไรน่าสนใจบ้าง


ประวัติทิม พิธา และการศึกษา


ประวัติทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์


  • ทิม มีชื่อจริงว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
  • เกิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2523
  • ภูมิลำเนาเป็นคน กรุงเทพมหานคร
  • จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ การเงิน การธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ
  • ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ คณะการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นนักเรียนไทยคนแรกที่ได้ทุนการศึกษา International Student ของ Kennedy School of Government, มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาโทใบที่สองจากคณะบริหารธุรกิจ Sloan, Massachusetts Institute of Technology (M.I.T.) ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • IG : tim_pita


          สำหรับประวัติ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เกิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2523 เป็นบุตรชายคนโตในจำนวนพี่น้อง 2 คนของ นายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านการศึกษา ทิม พิธา เรียนจบชั้นประถมและมัธยมปลายจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก่อนจะไปศึกษาต่อจนจบชั้นมัธยมปลายที่ประเทศนิวซีแลนด์ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นได้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่คณะการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นนักเรียนไทยคนแรกที่ได้ทุนการศึกษา International Student ของ Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาโทใบที่ 2 จากคณะบริหารธุรกิจ Sloan, Massachusetts Institute of Technology (M.I.T.) ประเทศสหรัฐอเมริกา


ทิม พิธา กับประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย


          ในช่วงมัธยมปลาย เนื่องจาก ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกส่งไปเรียนที่เมืองแฮมิลตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นเมืองชนบทเล็ก ๆ ทำให้เขาต้องทำงานหลายอย่างเพื่อหารายได้เสริม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บสตรอว์เบอร์รี ปั่นจักรยานส่งหนังสือพิมพ์ ส่งนม รับจ้างพาสุนัขไปเดินเล่น และทำงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิต

          ต่อมาเมื่อเรียนจบปริญญาตรี เป็นช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งพอดี ทำให้เขาต้องส่งใบสมัครงานไปมากกว่า 50 ที่ ก่อนจะได้การตอบรับจากบริษัท Boston Consulting Group (BCG) ในตำแหน่งที่ปรึกษาธุรกิจ และได้รับโอกาสเข้าไปเป็นที่ปรึกษาภาครัฐ ในการสร้างยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวหลังเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ปี 2547 ซึ่งครั้งนั้นทำให้เขาได้รับการเชิญชวนให้ไปอยู่ในทีมที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง ถือเป็นการเข้าสู่แวดวงการเมืองเต็มตัวครั้งแรกในตำแหน่งข้าราชการ หลังจากนั้นเมื่อครบวาระ ทิม พิธา ก็ตัดสินใจไปเรียนปริญญาโทต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่แล้วก็ต้องดรอปเรียนตั้งแต่ปีแรก บินกลับเมืองไทยมาเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด บริษัทผลิตน้ำมันดิบรำข้าวรายใหญ่ของประเทศไทย รับช่วงต่อกิจการแทนคุณพ่อที่เสียชีวิต ผ่านวิกฤตต่าง ๆ นานถึง 2 ปี จนพลิกธุรกิจกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง ทิม พิธา จึงได้กลับไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาจนจบในปี พ.ศ. 2554 พร้อมกับบริหารธุรกิจไปด้วย


ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประวัติ

ภาพจาก : Instagram tim_pita


ทิม พิธา กับเส้นทางการเมือง


          หลังจากสั่งสมประสบการณ์ด้านการบริหารมานานหลายปี ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ได้รับการเชิญชวนจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้เข้าร่วมเป็น ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ในปี พ.ศ. 2561 ถือเป็นการกลับสู่เส้นทางการเมืองของเขาอีกครั้งในรอบ 13 ปี และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคในลำดับที่ 4 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรกที่ลงรับเลือกตั้ง โดยเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ต่อมาหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ทิม พิธา จึงได้ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล ร่วมกับอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่อีก 54 คน ในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563 และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปัจจุบันเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 อีกด้วย

ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประวัติ

ภาพจาก : Instagram pita.ig

          ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้แต่งงานกับดาราสาว ต่าย ชุติมา ในปี พ.ศ. 2555 มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ น้องพิพิม ก่อนจะเลิกรากันไปเมื่อปี พ.ศ. 2561 ซึ่งสาเหตุที่เลิกรากันมีทั้งความหึงหวง ความคิดเห็นไม่ตรงกัน รวมถึงมีข่าวว่ามีปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว โดยภายหลัง ต่าย ชุติมา ได้ออกมาบอกว่า เรื่องราวที่ผ่านมาได้ให้อภัยไปนานแล้ว และปัจจุบันก็เชียร์ ทิม พิธา ให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนลูกสาวอย่างน้องพิพิม ทั้งคู่ต่างแบ่งเวลาและทำหน้าที่พ่อกับแม่ได้เป็นอย่างดี

ทิม พิธา ประวัติ

ภาพจาก : Instagram tim_pita

ทิม พิธา กับดราม่าถูกจับผิดเรื่องงานศพพ่อ


          ก่อนหน้านี้ ทิม พิธา ได้เปิดใจในการสัมภาษณ์กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ช่วงหนึ่งพูดถึงผลกระทบจากรัฐประหารปี 2549 ที่ขณะนั้นเป็นผู้ช่วยของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยเมื่อคณะเดินทางไปประชุมที่นิวยอร์ก ขณะมีรัฐประหาร ทำให้เขาไม่สามารถเดินทางมางานศพของคุณพ่อได้ทัน โดยหลังจากบินกลับมานั้นเขายังถูกควบคุมด้านการเงินต่าง ๆ จนต้องหยิบยืมเงินคนรู้จักเพื่อมาจ่ายค่าใช้จ่ายเรื่องพิธีทางศาสนาของคุณพ่อ ทำให้โลกออนไลน์ส่วนหนึ่งจับผิดว่าสิ่งที่เขาพูดอาจไม่เป็นความจริง รวมทั้งยังมีบุคคลรายหนึ่งโพสต์อ้างว่าเป็นเพื่อนของคุณพ่อทิม พิธา ระบุว่าตนเองยังเจอกับ ทิม พิธา ในงานศพคืนแรก ซึ่ง ทิม พิธา ได้ออกมาชี้แจงพร้อมรูปในงานศพว่าเขาไปงานทันเพียง 4 คืนสุดท้ายเท่านั้น ส่วนบุคคลที่อ้างว่าเห็นเขาในคืนแรกเป็นไปไม่ได้ อาจเห็นน้องชายแล้วเข้าใจผิด ทั้งยังบอกด้วยว่า ยิ่งใกล้ช่วงเลือกตั้งก็จะยิ่งมีเรื่องให้ถูกโจมตีเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอะไร ขอให้ทุกคนมีสมาธิกับการหาเสียงและเดินหน้าแก้ไขปัญหาของประชาชนต่อไป

ทิม พิธา ประวัติ

ภาพจาก : Instagram pita.ig


ทิม พิธา ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทย


          หลังการเลือกตั้ง 2566 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ผลปรากฏว่า พรรคก้าวไกล กวาดคะแนนเสียงไปอย่างท่วมท้นกว่า 14 ล้านเสียง โดยล่าสุดคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเผยว่า พรรคก้าวไกล มี ส.ส. ที่ได้รับเลือกทั้งหมด 151 ที่นั่ง ส่งผลให้ ทิม พิธา ได้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลเตรียมติดต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย แม้คะแนนเสียงจาก ส.ว. ยังไม่ออกมาก็ตาม พร้อมทั้งขอบคุณทุกเสียงจากประชาชน และให้คำมั่นว่าจะทำงานรับใช้ประชาชนให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ


ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประวัติ

ภาพจาก : Instagram pita.ig


          เห็นได้ว่า ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีความสามารถหลากหลาย และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศจนในที่สุดก็ได้ใจประชาชน กวาดคะแนนเสียงไปอย่างมหาศาล กลายเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ทางการเมืองเลยทีเดียว





ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
#ทิมพิธา 
#ทิมพิธาลิ้มเจริญรัตน์

อย่าเรียนหนังสือคนเดียว By นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์







https://drive.google.com/file/d/1CMFpVZfusrpCcfOg9NX4lRcOIx9iVbbS/view?usp=share_link 









ดาว์นโหลดที่นี่ค่ะ   ::    https://drive.google.com/file/d/1CMFpVZfusrpCcfOg9NX4lRcOIx9iVbbS/view?usp=share_link




อย่าเรียนหนังสือคนเดียว   By  นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์


วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ถุงชาสารพัดประโยชน์ / ประโยชน์ของถุงชา

 

ถุงชาสารพัดประโยชน์ / ประโยชน์ของถุงชา


ใบชา พืชอีกหนึ่งชนิดที่มีประโยชน์มากมาย เพราะมีสารแอนติออกซิแดนท์สูง หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการเกิดริ้วรอย ป้องกันการแก่เร็ว น้ำชาจึงเป็นเครื่องดื่มสุขภาพยอดนิยม ทั้งนี้ใบชายังมีสรรพคุณในการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ อีกด้วย และยังมีประโยชน์ลับ ๆ อีกเยอะ  ดังนั้นเมื่อคุณชงชาให้ลูกค้าเสร็จแล้ว จึงไม่ควรทิ้งกากใบชา และวันนี้เราก็มีเคล็ดลับในการนำกากใบชามาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด


ประโยชน์จาก กากใบชา


1. ลดอาการแมลงกัดต่อย และน้ำร้อนลวก

เมื่อโดนแมลงกัด หรือโดนน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ผิว สามารถนำกากชาใส่ถุงหรือผ้าขาวบาง แล้วแช่เย็น จากนั้นให้นำถุงชามาประคบบริเวณที่ปวด ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น 

2. ลดอาการตาบวม

ในใบชามีสารแทนนิน ที่ช่วยลดอาการอักเสบ หากมีอาการตาบวม ให้นำกากชาใส่ในถุง หรือผ้าขาวบาง แล้วแช่ในน้ำอุ่น จากนั้นบิดน้ำให้หมาด ๆ แล้วนำถุงชามาวางบนเปลือกตาประมาณ 5-10 นาที ก็จะช่วยลดอาการตาบวมได้

3. เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้

ใบชาจะมีไนโตรเจนสูง และมีคุณสมบัติในการไล่แมลง เหมาะที่จะนำไปผสมดินปลูกพืช เพราะจะช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้กับดินและพืช

4. รักษาความชุ่มชื้นในดิน

ก่อนจะปลูกต้นไม้ในกระถาง  ให้นำกากชาใส่ในก้นกระถางก่อนเติมดินลงไปแล้วค่อยปลูกต้นไม้ กากชาจะช่วยอุ้มน้ำและเพิ่มธาตุอาหารให้ดิน

5. ช่วยดับกลิ่นอับจากสัตว์เลี้ยง

หากร้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง แล้วมีกลิ่นอับของเหล่าน้อง ๆ ก็ให้นำตัวกากชาใส่ถุงแล้วนำไปวางในบริเวณที่มีกลิ่น ก็จะช่วยลดกลิ่นอับได้

6. ดูดซับกลิ่นเหม็นในตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า  และห้องน้ำ

อย่างที่ทุกคนรู้ ใบชามีสรรพคุณในการดูดซับกลิ่นที่ดี ฉะนั้นหากในตู้ต่าง ๆ รวมถึงห้องน้ำมีกลิ่นอับ ก็สามารถนำถุงกากชา หรือใส่ในถ้วยเล็ก ไปวางไว้ในตู้ บริเวณห้องน้ำ ใบชาก็จะช่วยดูดซับกลิ่นต่าง ๆ ได้ 

7. ใช้ล้างมือ

สำหรับใครที่ต้องหยิบจับวัตถุดิบที่มีกลิ่นแรง อย่าง กระเทียม หอมหัวใหญ่ ก็สามารถนำกากชาใส่ถุงแล้วน้ำมาล้างมือถูไปมา ก็จะช่วยลดกลิ่นคาวที่ติดมือได้

8. ดับกลิ่นคาวบนอุปกรณ์ต่าง ๆ 

ความสะอาดคือสิ่งสำคัญ ทุก ๆ อุปกรณ์ในร้านต้องไม่มีกลิ่นเหม็นติด เพราะจะทำให้เครื่องดื่มที่ชงมีกลิ่นผิดเพี้ยน หากอุปกรณ์ไหนที่มีกลิ่นคาวก็ให้นำใบชาเปียกมาขัดถูก โดยเฉพาะเขียงที่ใช้หั่นผลไม้ต่าง ๆ ก็จะช่วยลดกลิ่นอับ กลิ่นคาวได้ดี

9. แช่อาบน้ำ และดับกลิ่นตัว

ใบชานอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวบนอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้ว ก็ยังช่วยดับกลิ่นใต้วงแขน ดับกลิ่นเท้าได้ เพียงนำกากชาชุบน้ำแล้วมาขัดเบา ๆ เป็นประจำ ก็จะช่วยลดกลิ่นได้ หรือจะนำไปแช่อาบน้ำก็ได้ จะช่วยให้ผ่อนคลาย เสริมการนอนหลับที่ดี

10. ล้างหน้าเพื่อลดสิว 

กากชามีประสิทธิภาพในการช่วยลดสิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใส หากอยากมีหน้าใสก็สามารถนำกากชามาถูกเบา ๆ บนใบหน้า ก็จะช่วยให้มีสุขภาพผิวหน้าที่ดีขึ้น หน้าใสไร้สิว

11. ทำเป็นไส้หมอนหนุนช่วยหลับสบาย

กากใบชาเมื่อเหลือใช้เยอะ ๆ ก็สามารถนำไปตากแห้ง แล้วนำไปยัดเป็นไส้หมอนผสมกับปุยนุ่น จะช่วยให้หมอนมีกลิ่นใบชาอ่อน ๆ และมีสรรพคุณช่วยคลายความเครียด นอนหลับสบาย

12. ทำความสะอาดพรม เบาะรองนั่ง

พรม เบาะรองนั่ง เสื่อ อุปกรณ์ที่มักถูกมองข้ามในเรื่องของการทำความสะอาด ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจจะมีกลิ่นอับติดอยู่ได้ และสามารถดับกลิ่นได้ง่าย ๆ เพียงนำไปแช่ในน้ำที่ผสมชา  แล้วขยี้ หรือขัดเบา ๆ ก็จะช่วยขจัดกลิ่นได้ จะทำให้ได้ของใหม่ไม่มีกลิ่นอับแน่นอน

เห็นแล้วใช่ไหมว่า ใบชานอกจากนำมาทำเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตแล้ว กากชาที่เหลือจากการชงก็ยังมีประโยชน์สามารถที่จะนำไปใช้งานได้ในหลากหลายด้าน และยิ่งในปัจจุบันนี้ผู้คนนิยมดื่มชาเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้มีปริมาณกากชาเพิ่มตามด้วย และเมื่อมีกากชาปริมาณที่มากกับประโยชน์ที่มี ก็สามารถที่จะนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มรายได้ให้กับทางร้านได้อีกหนึ่งช่องทาง

สร้างรายได้จากกากใบชา


– กากชาเปล่า ๆ 

กากชา อีกหนึ่งสิ่งที่ยังมีหลายคนต้องการซื้อ ต้องการใช้ ดังนั้น เมื่อร้านชาของคุณทำเครื่องดื่มขายแล้ว ก็สามารถนำกากชาไปตากแห้ง แล้วนำมาบรรจุใส่แพ็กเกจจิ้งให้สวยงาม หรือใส่ถุงขาย เพื่อให้คนที่ซื้อนำไปใช้งานได้ตามความต้องการ 

– ลูกเหม็นลดกลิ่นอับชื้น

แน่นอนอยู่แล้วว่าใบชามีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นอับ ดังนั้นเมื่อมีกากชาเหลือ ก็สามารถนำไปผสมกับใบเตย แล้วตากให้แห้งนำไปบรรจุในแพ็กเกจจิ้งให้ดูดี เหมือนเป็นลูกเหม็นนำไปวางในบริเวณที่มีกลิ่นอับ ก็จะช่วยขจัดกลิ่นเหล่านั้นให้หายไป

– ปุ๋ยกากชา

สายธรรมชาติต้องชอบ เพราะในใบชามีไนโตรเจน และยังช่วยอุ้มน้ำ เพียงนำกากชาที่มีอยู่ไปผสมกับดิน และใส่ถุงบรรจุก็จะได้ปุ๋ยบำรุงต้นไม้แล้ว แถมยังเพิ่มธาตุอาหารช่วยให้พืช ออกดอก ออกผลได้เยอะ 

นอกจากการขายเครื่องดื่มชา กาแฟแล้ว ก็ยังสามารถเพิ่มรายได้จากกากชา กากกาแฟ ได้อีกด้วย เพราะมีคุณประโยชน์มากมาย ตั้งแต่ในเรื่องความสะอาด เรื่องสุขภาพ แม้แต่สัตว์เลี้ยง ฉะนั้นอย่าทิ้งกากชาให้เสียเปล่า แต่ควรนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าดีกว่า


มหัศจรรย์ของถุงชา ชงแล้วนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้อีกเพียบ !!


ประโยชน์ของถุงชาใช้แล้ว

          รู้ไหมว่า ถุงชาใช้แล้วทำอะไรได้บ้าง วันนี้เรามีประโยชน์ของถุงชาใช้แล้วมาบอกต่อ ที่รู้แล้วจะอึ้ง เพราะไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถนำไปใช้ต่อได้หลายอย่างเลย

          รู้หรือไม่ว่าถุงชาไม่ได้มีไว้ชงชาอย่างเดียวเท่านั้นนะ เพราะหลังจากใช้แล้ว สามารถนำไปทำอะไรต่อได้อีกเพียบ หากไม่เชื่อก็ตามไปชมประโยชน์ของถุงชาใช้แล้ว ที่กระปุกดอทคอมรวบรวมมาฝากในวันนี้กันเลย แล้วจะรู้ว่าถุงชาเนี่ยมีความมหัศจรรย์มากมายเกินคาดเลยทีเดียว เพราะช่วยดับกลิ่นเหม็นก็ได้ ทำความสะอาดของใช้ในบ้านก็ดี แถมยังช่วยบำรุงต้นไม้ก็ได้ด้วยนะ


ประโยชน์ของถุงชาใช้แล้ว

1. บำรุงต้นไม้

          สำหรับคนที่กำลังจะปลูกต้นไม้ อย่าเพิ่งเปลี่ยนกระถางนะคะ ถ้าอยากให้ต้นไม้เจริญเติบโต ผลิดอกออกใบสวยงาม ให้นำถุงชาที่ใช้แล้วรองก้นกระถาง โดยวางปิดไว้ที่รูระบายน้ำ จากนั้นก็ค่อยเทดินและปลูกต้นไม้ลงไป ถุงชาก็จะช่วยรักษาความชื้นและน้ำในดินเอาไว้ ไม่ให้ระบายออกมาเร็วเกินไป แถมยังเป็นการเพิ่มสารอาหารให้กับดินไปพร้อมกันด้วย

2. เช็ดกระจก


          หากอยากให้กระจกกลับมาใสปิ๊ง ไร้หมอก ไร้คราบ ไร้รอยนิ้วมือ ก็แค่นำถุงชาที่ใช้แล้วและยังเปียกอยู่ มาถูกระจกให้ทั่วทั้งบาน จากนั้นก็นำผ้าแห้งมาเช็ดตามอีกครั้ง แค่นี้สารพัดสิ่งสกปรกบนกระจกก็จะหายวับไปกับตา 

3. กำจัดกลิ่นติดมือ

          สำหรับกลิ่นติดมือที่ใช้สบู่ล้างไม่ออก สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกระเทียมหรือหัวหอมก็กำจัดไม่ยาก โดยนำถุงชามาถูมือให้ทั่ว ทั้งฝ่ามือและตามซอกนิ้ว จากนั้นก็ใช้สบู่ล้างมือตามปกติ เพียงแค่นี้กลิ่นเหม็นก็หายไปแล้วค่ะ

4. ดูดกลิ่นอับในรองเท้า

          สำหรับรองเท้าที่มีกลิ่นอับ เหม็นจนทนไม่ไหว ทำยังไงกลิ่นเจ้าปัญหาก็ยังอยู่อยู่ดี นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องใช้คู่นั้นในวันถัดไป ไม่สามารถนำไปซักได้ เพราะกลัวจะแห้งไม่ทัน ก่อนจะนำมาใส่ในวันพรุ่งนี้ แค่เอาถุงชาที่ใช้แล้วนำไปตากแห้ง แล้วใส่ทิ้งไว้ในรองเท้า 1 คืน ก็ไม่เหลือกลิ่นเหม็นจากรองเท้าให้กังวลอีกต่อไป

ประโยชน์ของถุงชาใช้แล้ว


5. ป้องกันสนิมบนเครื่องครัว


          หากกลัวเครื่องครัวจะขึ้นสนิท สามารถป้องกันปัญหานี้ไว้ก่อนได้ โดยนำถุงชาเปียกเช็ดเครื่องครัวให้ทั่วทั้งใบ สารแทนนินในชาก็จะช่วยเคลือบผิวชั้นนอกของเครื่องครัวเอาไว้ เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาการเกิดออกเดชั่นที่ทำให้เกิดสนิม

6. ช่วยลดคราบมันบนจาน

          การล้างจานที่มีคราบมันมาก ๆ จะไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือต้องออกแรงเยอะ ๆ อีกต่อไป แค่หย่อนถุงชาที่ใช้แล้ว 2-3 ถุงลงไปในอ่างจานล้างจานที่แช่จาน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ถุงชาก็จะช่วยดักจับคราบมันเอาไว้ แค่ล้างตามปกติ จานก็จะกลับมาสะอาดวิ้ง  

7. ปรับอากาศในบ้าน


          หากในบ้านมีกลิ่นเหม็นจากการทำอาหาร กลิ่นถังขยะ กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นอื่น ๆ ก็แค่หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปบนถุงชาที่ใช้แล้วประมาณ 2-3 หยด แล้วนำไปแขวนไว้ในที่ที่มีลมพัด เช่น เหนือหน้าต่างหรือประตู ถุงชาก็จะช่วยดูดกลิ่นเหม็น พร้อมทั้งช่วยทำให้อากาศในบ้านกลับมาสดชื่น หายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

8. ตัวช่วยไล่แมลง

          ไม่น่าเชื่อก็ต้องว่าาถุงชาก็ช่วยไล่แมลงได้ด้วย โดยนำถุงชาที่ใช้แล้วไปตากให้แห้ง หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเปเปอร์มินต์ลงไป แล้ววางไว้ตามกล่อง ลิ้นชัก ชั้นวาง และตู้เก็บของ หรือบริเวณที่มักจะมีแมลงมาทำรัง ก็ช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์อันตราย เช่น มดหรือแมงมุม กลับมาอีก

          คราวนี้ก็ได้รู้กันไปแล้วว่า ถุงชาใช้แล้วมีประโยชน์ยังไงบ้าน หลังจากนี้ชงเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งทิ้งนะคะ เก็บเอาไว้ก่อน แล้วนำไปลองใช้ตามที่แนะนำไปนี้กัน แล้วจะต้องทึ่งกับผลลัพธ์ที่เห็นอย่างแน่นอน




ถุงชาสารพัดประโยชน์ 

ประโยชน์ของถุงชา

มหัศจรรย์ของถุงชา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful, dailymail, naturallivingideas



วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

วิธีขับรถเกียร์ออโต้

 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้ 


Women are big role players in the automotive industry


สำหรับการขับรถยนต์ในยุคปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากกว่ายุคเก่าก่อน นั่นคือ รถยนต์ทุกประเภทจะมี รถเกียร์ออโต้ มาเป็นตัวเลือกสำหรับการขับขี่ให้คุณด้วย ทำให้ในปัจจุบันนี้ความต้องการรถเกียร์ออโต้มีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การขับรถเกียร์ออโต้ของคุณมีประสิทธิภาพพร้อมกับยังสามารถรักษาสภาพรถของคุณได้เป็นอย่างดี วันนี้เราขอแนะนำ วิธีขับรถเกียร์ออโต้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคุณในการใช้รถว่าสามารถใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งยังถือเป็นการดูแลรักษาให้สามารถใช้รถไปได้อย่างยาวนานอีกด้วย

 

แนะนำเทคนิค วิธีขับรถเกียร์ออโต้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

แม้มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่มักค่อนขอดว่าขับรถเกียร์ออโต้ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแค่เหยียบคันเร่งและเหยียบเบรกเป็นก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง การขับรถเกียร์ออโต้มีเทคนิคในการขับขี่เพื่อรีดเอาประสิทธิภาพที่ดีที่สุดแต่ยังคงความปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยมเอาไว้ เรา ได้เรียบเรียงวิธีขับรถเกียร์ออโต้อย่างมีประสิทธิภาพเอาไว้ให้กับทุกคนแล้วดังต่อไปนี้

 





 

รู้จักการปรับเกียร์ในรูปแบบต่าง ๆ

หัวใจสำคัญสำหรับการขับรถเกียร์ออโต้ คือการรู้จักกับเกียร์ในแต่ละช่องว่ามีความหมายอย่างไร และเกียร์ในแต่ละรูปแบบมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกันแม้กระทั่งในส่วนของเกียร์ที่ใช้ในการจอดรถระหว่างเกียร์ P และ N ยังมีรูปแบบและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกันด้วย

 


How to drive an automatic car - step by step guide

โดยเกียร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถเกียร์ออโต้ในรูปแบบมาตรฐานคือเกียร์ D ที่ย่อมาจากคำว่า drive นั่นเอง แต่เดิมจะมีเพียงช่องเดียว จนกระทั่งรถเกียร์ออโต้ในยุคใหม่จะเพิ่มอัตราเร่งและการขับขี่ในสภาพพื้นผิวถนนที่แตกต่างกันจึงเพิ่มเกียร์ D ที่มีหมายเลขกำกับเช่น D3 หรือ D2 ต้น

 

โดยความหมายของเกียร์เหล่านี้คือการเพิ่มอัตราทดเพื่อเค้นพลังของเครื่องให้มากขึ้น เหมาะสำหรับการไต่ขึ้นที่ลาดชัน หรือถนนที่มีความลื่นและต้องการการยึดเกาะที่มั่นคง ดังนั้น ควรดูจากคู่มือรถให้ชัดเจนว่าเกียร์สำหรับการขับในแต่ละแบบนั้นเหมาะสมกับสภาพถนนในรูปแบบไหน เพื่อที่ขับเกียร์ออโต้ขึ้นเขาได้อย่างปลอดภัย

 


การวางเท้าสำหรับการขับขี่

ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะหลายคนขับรถเกียร์ออโต้โดยใช้เท้าซ้ายและขวาในการบังคับรถ นั่นคือการใช้เท้าซ้ายในการควบคุมเบรก และเท้าขวาสำหรับการเหยียบคันเร่ง ถือเป็นวิธีการที่ผิดเพราะว่าวิธีการนี้จะทำให้คุณเคยชิน เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้งานรถที่มีแป้นคลัชเพิ่มขึ้นมาอีกคัน จะทำให้เกิดความสับสนในการใช้งานและเป็นอันตรายต่อการขับขี่ได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ควรใช้เท้าข้างขวาเพียงข้างเดียวสำหรับการควบคุมทั้งแป้นความเร็วและแป้นเบรกรถ เมื่อต้องทำการเปลี่ยนแบบรถจะสามารถขับได้ทั้งรถทั่วไปและรถเกียร์ออโต้

 


การเพิ่มความเร็วในการขับรถเกียร์ออโต้ทำอย่างไร ?

รถเกียร์ออโต้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ระบบเกียร์ทำการทดกำลังเครื่องและเพิ่มอัตราเร็วอย่างเป็นระบบโดยอัตโนมัติ การเหยียบคันเร่งลงไปในทันทีจะสามารถเพิ่มความเร็วรถได้ในทันใด ก็จริง แต่สิ่งที่จะตามมาคือ “ความเค้น” ที่กดลงในชุดระบบเกียร์จะมีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาคือการเสื่อมสภาพของระบบเกียร์ เสียหายก่อนอายุการใช้งาน ดังนั้น วิธีการเร่งเครื่องสำหรับรถเกียร์ออโต้คือ การปล่อยให้จังหวะเครื่องยนต์เดินไปตามรอบเครื่อง แม้อาจช้าไม่ทันใจไปบ้าง แต่มั่นใจได้ว่าปลอดภัย ทำให้คุณสามารถควบคุมรถได้เป็นอย่างดี

 


การจอดรถเกียร์ออโต้เพื่อความปลอดภัย


สำหรับการงานรถเกียร์ออโต้ในกรณีที่คุณต้องจอดรถ สามารถแบ่งรูปแบบการจอดรถได้สองรูปแบบคือ การจอดรถรอชั่วคราว เช่นการจอดรถติดไฟแดง และการจอดรถเพื่อการพักรถ มีรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยการจอดรถติดไฟแดง ควรเลือกใช้เกียร์ N สำหรับการจอด และใช้การเหยียบเบรกในการควบคุมรถ เพราะการเกียร์ N ระบบจะไม่ใช้การเบรกในรูปแบบเดียวกับเกียร์ P ทำให้รถพร้อมออกตัวอยู่เสมอ และเป็นการป้องกันการเข้าเกียร์พลาด ส่วนถ้าคุณต้องการจอดรถและดับรถ ควรใช้เกียร์ P ในการจอด เพราะจะทำให้รถของคุณไม่ไถลไปไหนได้

 


การออกตัวจากการจอดรถ

เทคนิคสุดท้ายที่ขอนำมาแบ่งปันสำหรับการขับรถเกียร์ออโต้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ เทคนิคการออกตัวจากการจอด โดยวิธีการที่ดีที่สุดคือ ในระหว่างการออกตัวควรเอาเท้าวางไว้บนแป้นเบรกไว้ก่อนจนกระทั่งรถเริ่มทำความเร็วได้จึงค่อยเปลี่ยนมาเหยียบแป้นคันเร่ง ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหยียบแป้นควบคุมรถผิดในยามเกิดเหตุฉุกเฉินตรงหน้าจะสามารถหยุดรถได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง



ตำแหน่งของเกียร์ออโต้ สัญลักษณ์ของเกียร์ออโต้


อักษรย่อของเกียร์ออโต้


ตำแหน่ง P หมายถึง PARKING ใช้สำหรับจอดรถ และไม่ต้องการให้รถเคลื่อน เมื่อเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่งนี้แล้วรถยนต์จะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้


ตำแหน่ง R หมายถึง REVERSE ใช้ในการถอยหลัง เป็นตำแหน่งที่ต้องระวัง ให้เหยียบเบรคทุกครั้งที่เข้าเกียร์ เพื่อให้รถถอยหลังอย่างช้าๆ


ตำแหน่ง N หมายถึง NEUTRAL เป็นตำแหน่งเกียร์ว่าง ใช้ในการหยุดรถชั่วคราวหรือจอดรถในตำแหน่งที่กีดขวางเส้นทางจราจร เมื่อดับเครื่องยนต์และเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่งนี้รถยนต์จะสามารถเคลื่อนที่ได้(ในกรณีที่ไม่ได้ดึงใส่เบรคมือไว้)


ตำแหน่ง D

ตำแหน่ง D หมายถึง DRIVE คือใช้ในการขับขี่เพื่อเดินหน้ารถตามปกติ ระบบเกียร์ออโต้จะทำการเปลี่ยนเกียร์ให้เองตามอัตราความเร็วของการขับขี่และรอบของเครื่องยนต์


ตำแหน่ง 2 ในตำแหน่งนี้เครื่องยนต์จะใช้จำกัดไว้ที่เกียร์ 1และ 2 เพื่อให้เหมาะสมกับการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่ไม่สูงมากนัก และสามารถใช้ความเร็วได้พอสมควร เช่น ทางที่มีเนินสูงชัน ทหางที่คดเคี้ยวไปมา ที่ไม่สามารถใช้ความเร็วสูงได้


ตำแหน่ง L หมายถึง LOWในตำแหน่งนี้เครื่องยนต์จะใช้จำกัดไว้ที่เกียร์ 1เท่านั้น ใช้สำหรับการขับขี่ขึ้นทางลาดชันที่สูงมาก และต้องใช้ความเร็วต่ำมาก


** กรณีที่ติดไฟแดงนานๆควรโยกมาทีทำตัว N เพื่อตัดระบบการทำงานของเกียร์และลดการสึกหรอภายในห้องเกียร์




ขั้นตอนวิธีการขับรถเกียร์ออโต้


1. การสตาร์ท ตำแหน่งเกียร์ควรอยู่ที่ P ใช้เท้าขวาเหยียบเบรกไว้ แล้วก็บิดกุญแจสตาร์ท





2. การขับเดินหน้า ขณะที่เท้ายังคงเหยียบเบรก ให้เลื่อนตำแหน่งเกียร์มาเป็นตำแหน่ง D หรือ D4 จากนั้นค่อยๆ ผ่อนเท้าออกจากเบรก ซึ่งตอนนี้รถจะแล่นไปได้เองอย่างช้าๆ แล้วเราจึงค่อยๆ เหยียบคันเร่งเพื่อให้ได้ตามความเร็วที่เราต้องการ


การขับขึ้นลง ทางลาดชัน


3. การขับขึ้นลง ทางลาดชัน ผ่อนความเร็วรถแล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง L แล้วก็เหยียบคันเร่งไปตามความต้องการ


4. การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ L มาเป็น D ผ่อนความเร็ว แล้วเลื่อน มาที่ตำแหน่ง D แล้วขับไปตามปกติ


5. การจอดรถ ค่อยๆ ผ่อนความเร็วรถเมื่อรถจอดสนิทก็เลื่อนตำแหน่งมาที่ P ใส่เบรกมือ ดับเครื่อง


6. การจอดรถในลักษณะกีดขวางคันอื่น หรือการจอดแบบปลดเกียร์ว่าง เมื่อจอดปกติตามข้อ 3 แล้ว แต่ไม่ต้องดึงเบรกมือขึ้นก็กดปุ่มเล็กๆ แล้วเลื่อนตำแหน่งเกียร์ไปที่ N


จอดติดไฟแดง


7. การจอดกรณีติดไฟแดง เหยียบเบรกค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง N



8. การถอยหลัง เหยียบเบรกค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง R ค่อยๆ ผ่อนเบรกเพราะรถจะถอยได้เอง แต่ถ้าต้องการให้ถอยเร็วหรือกรณีถอยขึ้นที่สูงก็อาจเหยียบคันเร่งแบบค่อย เหยียบ


Automatic gear system

The automatic gear transmission system uses torque to shift gears



How to Understand Automatic Car Gears - Reverse (R) mode







Automatic Car 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้

การขับรถเกียร์ออโต้

เกียร์ออโต้



ที่มา    ::      https://www.mrkumka.com/article/car-guide/how-to-drive-automatic-car/   ,   https://www.mokkalana.com/3752/  ,   https://prinkotakoon.blogspot.com/2023/05/automatic-car.html