Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2556

จัดการ ผื่น รุม ลูกอ่อน

จัดการ ผื่น รุม ลูกอ่อน







จัดการ “ผื่น” รุมลูกอ่อน


         

ผื่นที่เกิดขึ้นกับเนื้อเนียนบางของลูกน้อย ไม่ว่าจะมากหรือน้อยย่อมต้องสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ และเพราะบางครั้ง ผดผื่นที่เกิดขึ้นนั้นเลี่ยงไม่ได้ ความเข้าใจและรับมือเมื่อผดผื่นมาทักทาย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบค่ะ


         
ใบหน้า


กลากน้ำนม ฟังจากชื่อแล้วไม่ได้เกิดจากคราบน้ำนม เชื้อรา ไวรัส หรือการกินนม หกเลอะเทอะ แต่เกิดจากผิวหนังแพ้และมีความไวต่อแสงแดด


ลักษณะของกลากน้ำนมเป็นวงสีขาวจาง มีขุยลอกบางๆ ไม่มีขอบเขตของวงชัดเจน ลูกจะไม่เกิดอาการคันใดๆ และมักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า เราจึงมักเข้าใจไปว่าเกิดจากการที่นมเลอะเทอะ


Care it


เลี่ยงการถูกแสงแดด แต่หากจำเป็นต้องอยู่กลางแดด ควรสวมหมวก กางร่ม หรือใช้ผ้าอ้อมบังแดดให้ลูกน้อย


อาบน้ำและดูแลรักษาความสะอาดตามปกติ ไม่จำเป็นต้องทายาหรือทากันแดด หากลูกอายุยังไม่ถึง 6 เดือน



ศีรษะ


คราบสะเก็ดหนาๆ บนหนังศีรษะ สำหรับเด็กแรกเกิดถือเป็นเรื่องปกติ คือคราบไขมันที่แห้งกรังอยู่บนหนังศีรษะ ไม่ใช่อาการของโรคผิวหนัง แต่เป็นคราบไขมันที่ยังหลุดลอกไม่หมดตั้งแต่ในท้องคุณแม่ค่ะ


มีลักษณะคล้ายรังแค ลูกน้อยจะไม่มีอาการคันใดๆ เกิดขึ้นที่หนังศีรษะ ลูกจะไม่มีอาการคันและหายภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ


Care it


ใช้เบบี้ออยล์ทาทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วสระผมด้วย แชมพูเด็กตามปกติ คราบก็จะหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น


ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเช็ดถูแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังอักเสบ



ผิวหนังตามตัว


แขน ขา หลัง บริเวณข้อพับ ผดเหงื่อ บ้านเราเป็นเมืองร้อนไม่ว่าจะวันฝนพรำหรือหนาว อากาศก็ยังร้อนและทำให้เหงื่อออกอยู่ดี ผู้ใหญ่เรามีวิธีจัดการกับเหงื่อได้ค่ะ แต่ลูกนอนในท่าเดียว หรือขยับตัวไม่บ่อย ผดเหงื่อก็เกิดขึ้นได้ บริเวณที่มักจะเกิดขึ้นก็เป็นส่วนที่อับชื้น และไม่ค่อยได้สัมผัสกับอากาศ เช่น ข้อพับแขน หรือขา รักแร้ หรือบริเวณลำคอ


ผดเหงื่อมีทั้งลักษณะที่เป็นตุ่มน้ำเม็ดเล็กๆ หรือตุ่มแดง และทำให้ลูกน้อยคัน ซึ่งก็อาจจะทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวได้


Care it


หากอากาศร้อนมาก อาจจะอาบน้ำหรือเช็ดตัวให้ลูกวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น


หลังอาบน้ำเสร็จ เช็ดตัวให้แห้ง และสวมเสื้อผ้าที่บางเบาสบาย



ก้น ขาหนีบ ข้อพับขา


ผื่นผ้าอ้อม เพราะผิวลูกน้อยยังบอบบาง การสวมผ้าอ้อมนานเกินไป บวกกับเปียก อับ ชื้น แฉะที่เกิดจากทั้งปัสสาวะและอุจจาระนั้น ก็ทำให้เกิดผื่นขึ้นได้ บริเวณที่เกิดขึ้นก็คือส่วนที่ผ้าอ้อมสัมผัสนั้นเอง โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ ก้น ขา หนีบหรือต้นขาด้านใน


ผื่นผ้าอ้อมจะมีลักษณะเป็นตุ่มหรือปื้นแดง นูนขึ้นมาและอาจจะเป็นได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง


Care it


ปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ ปล่อยให้ก้นลูกได้สัมผัสกับความโล่งบ้าง


เลือกผ้าอ้อมที่ไม่คับหรือหลวมเกินไป ทดลองด้วยการใช้นิ้วคุณแม่สอด หากสอดนิ้วได้แสดงว่าผ้าอ้อมขนาดพอดีค่ะ


ทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ควรเช็ดล้างก้นและอวัยวะเพศให้สะอาด และปล่อยให้แห้งก่อน ใส่ผ้าอ้อมตัวใหม่


กรณีที่เป็นแบบเรื้อรังและไม่หายนานกว่า 1 สัปดาห์ ควรพาลูกน้อยพบคุณหมอจะดีกว่าซื้อยารักษาผดผื่นมาทาเอง เพราะลูกอาจจะแพ้ยาได้


        
 พื้นฐานง่ายๆ ดูแลเมื่อลูกเป็นผื่น


เมื่อลูกน้อยเกิดผดผื่น มีหลักการง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลลูกน้อย


อย่าแคะ แกะ เกา บริเวณที่เป็นผดผื่น หรือมีตุ่มน้ำใสๆ ก็อย่าทำให้แตก


หากต้องสัมผัส หรือเช็ดบริเวณที่เป็นผื่น ก็ควรทำอย่างเบามือ เพราะการสัมผัสแรง อาจจะทำให้อักเสบได้ง่าย


ช่วงที่เป็นผื่น ควรให้ลูกสวมเสื้อผ้าแบบบางเบาให้ผิวได้สัมผัสอากาศภายนอก จะดีกว่าอับชื้นในเสื้อผ้าที่หนาเตอะ


ตัดเล็บลูกให้สั้นเสมอ เพื่อป้องกันลูกเกาจนผิวหนังแสบถลอก


เมื่อลูกเป็นผื่นนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ ไม่มีทีท่าว่าจะหาย ควรพบคุณหมอ ไม่ควรซื้อยามาทาหรือให้ลูกกินเองค่ะ


เมื่อเข้าใจสาเหตุของหลากหลายผื่นแล้ว การรับมือกับตุ่มผื่น ก็เป็นเรื่องง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลได้ค่ะ









ที่มา  ::                    ฉบับเดือนสิงหาคม 2552



8 ความคิดเห็น:

  1. ผดผื่น เรื่องธรรมดาของทารก



    คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตและสงสัยบ้างไหมว่า แม่คุณจะดูแลความสะอาดร่างกายของเจ้าตัวน้อยอย่างดี แต่ทำไมผดผื่นจึงมักเกิดขึ้นบนร่างกายของเจ้าตัวน้อยส่วนใหญ่ได้ง่ายนัก บางคนติติงตัวเองว่าดูแลดวงใจน้อยๆ ไม่ถูกวิธีหรือเปล่า หรือเพราะเสื้อผ้า สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยไม่ถูกสุขลักษณะ จึงทำให้ร่างกายของเจ้าตัวน้อยมีผดผื่นขึ้นตามใบหน้าและลำตัวอย่างนี้ ? ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไปแล้ว เพราะเรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ


    1. ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยก่อนขวบปียังบอบบาง
    โดยเฉพาะเซลล์ผิวหนังแท้และหนังกำพร้าของทารกแรกเกิดยังไม่ยืดหยุ่น แข็งแรง หากผิวหนังถูกสะกิดเพียงนิด มันก็จะพองเกิดผื่น หรือผิวหนังอักเสบ ทั้งนี้เพราะเซลล์ผิวหนังแยกตัวได้ง่าย


    2. การทำงานของต่อมเหงื่อกับต่อมไขมัน
    ยังทำงานได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดผื่นที่ต่างกันดังนี้

    2.1 ผดผื่นทีเกิดจากต่อมเหงื่อ
    เนื่องจากเนื้อที่ผิวกายของเจ้าตัวน้อยยังมีน้อยเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ จึงต้องขับเหงื่อออกมากกว่าผู้ใหญ่เพื่อระบายความร้อน โดยหลอดเลือดในร่างกายจะขยายตัว เพื่อขับความร้อนออกมาทางเหงื่อ นี่คือสาเหตุที่เจ้าตัวน้อยปกติมักตัวรุมตลอดเวลา คือ ตัวร้อนกว่าหลังมือของผู้ใหญ่เล็กน้อย โดยมีอุณหภูมิของร่างกายอยู่ระหว่าง 37-37.5 องศาเซลเซียส รวมกับการสังเกตดูว่าเจ้าตัวน้อยยังดูดนมหม่ำอาหารได้ดี ยังยิ้มและหัวเราะได้แสดงว่าไม่ได้เป็นไข้หรือเจ็บป่วย


    และเพราะต่อมเหงื่อของเจ้าตัวน้อยยังทำงานได้ไม่ดี จึงเกิดการอุดตัน กลายเป็นผดผื่นได้ง่าย ซึ่งได้แก่ ผดใส ผดแดง และผดลึก ที่มักเกิดในฤดูร้อน ผดแต่ละชนิดจะขึ้นอยู่กับความลึกของการอุดตันของต่อมเหงื่อที่ชั้นผิวหนัง ถ้าอุดตันที่ผิวหนังตื้น ก็จะเห็นเป็นผดใส ถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับกลางก็จะเห็นเป็นผดแดง และถ้าอุดตันที่ผิวหนังระดับล่าง ก็จะเป็นผดสีขุ่น ยกเว้นเจ้าตัวน้อยที่ป่วยด้วยโรคผิวหนังบางอย่าง เช่น ต่อมเหงื่อฝ่อ หรือที่รู้จักกันในลักษณ์ของสังข์ทอง ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรม ร่างกายจะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง โดยหาสาเหตุของการติดเชื้อไม่พบ ทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถระบายความร้อนได้ การให้ยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กก่อนปรึกษาแพทย์ในกรณีนี้ หรือไม่ว่ากรณีใดจึงอันตรายหากให้กินเกินขนาด เพราะมันจะสะสมที่ตับ จนตับเสื่อมหน้าที่ได้


    ผื่นจากต่อมเหงื่อป้องกันได้ โดยอย่าให้เจ้าตัวน้อยร้อนมากเกินไป ห้องนอนควรมีอากาศถ่ายเท ระบายความร้อนได้ดี ในช่วงฤดูร้อนอาจให้นอนในห้องที่เปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ เสื้อผ้าไม่ควรเป็นผ้าหนาตามอย่างต่างประเทศ หรือห่อตัวให้จนแน่น เพราะกลัวว่าเจ้าตัวน้อยจะโดนแดดโดนลมจนไม่สบาย การทำอย่างนั้นยิ่งทำให้ต่อมเหงื่อของเจ้าตัวน้อยทำงานหนัก และไม่สามารถระบายเหงื่อออกได้ รูขุมขนก็จะอุดตันเป็นผื่นขึ้น จนผิวอักเสบพุพองเป็นหนองได้


    การเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้เจ้าตัวน้อยบ่อยขึ้นในฤดูร้อนช่วยระบายความร้อนไม่ให้เกิดความหมักหมม การทาคาลาไมน์จะช่วยลดอาการคัน เพราะมีส่วนผสมที่เป็นน้ำ เมื่อน้ำระเหย ก็จะดูดความร้อนที่ผิวของเจ้าตัวน้อยออกไป เจ้าตัวน้อยจะสบายขึ้น ผดผื่นก็จะหายไป หรือเมื่อเจ้าตัวน้อยโตขึ้น พื้นที่ระบายความร้อนของร่างกายก็จะเพิ่มขึ้น ผดผื่นก็จะไม่มารังควานแบบนี้อีก




    ...

    ตอบลบ
  2. ...


    2.2 ผื่นที่เกิดจากต่อมไขมัน

    มักเกิดขึ้นเป็นปกติกับเจ้าตัวน้อยก่อนขวบปีพอสมควร โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยแรกเกิดถึง 3 เดือน รูเปิดของต่อมไขมันยังทำงานได้ไม่ดี แต่ต้องทำงานมากกว่าปกติ เพราะถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนจากคุณแม่ ที่ได้รับมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้ผิวหนังเกิดการอุดตันและอักเสบได้ง่าย


    บริเวณใบหน้า แก้ม ตามซอกข้อพับ ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ หน้าอก และแผ่นหลังช่วงบน โดยเฉพาที่ ศีรษะ บริเวณคิ้ว ใบหู หลังหู จะมีต่อมไขมันมากกว่าส่วนอื่น ทำให้เห็นคราบไขมันเหลืองหนา แห้งเป็นเกร็ดติดอยู่ และจะผลิตออกมาเรื่อยๆ ของเก่าแห้งไป ของใหม่มาอีก แต่จะไม่ค่อยมีอาการคัน เจ้าตัวน้อยจึงไม่หงุดหงิดงอแง


    ผื่นที่เกิดจากต่อมไขมันป้องกันไม่ได้ เพราะเป็นฮอร์โมนที่เจ้าตัวน้อยได้รับจากคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ดังกล่าว จึงต้องรอเวลาที่ฤทธิ์ของฮอร์โมนในตัวของเขาหมดไป มันก็จะหายไปเอง ระยะเวลาแล้วแต่จะได้รับฮอร์โมนมามากหรือน้อย แต่สามารถดูแลให้จางหรือเบาบางได้ด้วยการใช้น้ำมัน เช่น น้ำมันมะกอก เบบี้ออยล์ ฯลฯ นวดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้สะเก็ดมันนุ่ม แล้วค่อยเช็ดหรือสระออก สะเก็ดก็จะหลุดออก แต่ถ้าปล่อยให้สะเก็ดแห้งแข็งอยู่อย่างนั้น อาจไปขูดหนังศีรษะให้เป็นแผลติดเชื้อได้


    ส่วนผื่นแดงบริเวณที่ไม่มีเส้นผมหรือขน เช่น แก้ม หลังหู ซอกคอ ขาหนีบ ฯลฯ ควรใช้ยาแก้อักเสบ 0.02% T.A. หรือครีมธรรมดาจำพวก Brand Cream ทาบางๆ เพื่อไม่ให้ผิวหนังเป็นขุยลอก หรือควรปรึกษาแพทย์ การทาคาลาไมน์ในกรณีนี้ช่วยได้ในช่วงแรก แต่ถ้าเนื้อแป้งในคาลาไมน์อาจเกาะติดรูต่อมไขมัน อาจทำให้อาการแย่ลงในภายหลัง





    ...

    ตอบลบ
  3. ...


    ผื่นจากปัญหาอย่างอื่น


    นอกจากเจ้าตัวน้อยอาจเกิดผื่นได้จากต่อมเหงื่อและต่อมไขมันแล้ว บางคนยังอาจเกิดผดผื่นจากปัญหาต่อไปนี้

    ผื่นจากภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งเป็นพันธุกรรมความไวของเซลล์จากครอบครัวที่เป็นภูมิแพ้ ทำให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ เช่น คุณพ่อหรือคุณแม่เป็นหวัดเรื้อรังเมื่อเจอขี้ฝุ่น จะตาแดง น้ำตาไหล ฯลฯ หากเจ้าตัวน้อยได้รับพันธุกรรมผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมา ผิวหนังก็จะไวและแพ้ได้ง่ายแม้แต่เหงื่อของตัวเอง จึงทำให้เกิดผื่นขึ้นมา โดยจะพบกรณีนี้ประมาณ 14-15%


    ดังนั้นถ้าเจ้าตัวน้อยมีเหงื่อออก น้ำลายไหล มีน้ำย่อยจากน้ำลาย การแหวะนมมาเปื้อนผ้าปูเตียง หรือผ้าปูเตียงมีผงซักฟอกหรือสารเคมีตกค้าง ฯลฯ เมื่อเด็กนอนคว่ำหรือนอนตะแคง แก้มจะแนบกับที่นอนและหมอน จึงมักเป็นผื่นที่แก้มจากการระคายเคืองของน้ำลายที่ไหลเปื้อน


    ผิวภูมิแพ้จากกรรมพันธุ์โดยทั่วไปจะผิวแห้ง เพราะขาดเซลล์ไขมันเคลือบผิวหนังบางตัว ถ้าคุณแม่อาบน้ำฟอกสบู่ให้เจ้าตัวน้อยกลุ่มนี้บ่อยๆ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ชอบอาบน้ำร้อนๆ ให้ลูก ยิ่งละลายไขมันบนผิวหนังที่มีอยู่น้อยให้ออกไปอีก การทาคาลาไมน์ให้เจ้าตัวน้อยกลุ่มนี้ จึงยิ่งทำให้ผิวแห้ง ผิวยิ่งแห้ง ยิ่งคัน ยิ่งเกาผื่นยิ่งเห่อ เจ้าตัวน้อยมักงอแงจากอาการคัน บางคนยังเกาไม่ได้ก็จะถูผิวหนังกับที่นอนจนเลือดออก ผื่นผิวภูมิแพ้อาจเริ่มมีอาการอายุราว 2-3 เดือน ใกล้เคียงกับอายุของเจ้าตัวน้อยที่เป็นผื่นจากต่อมไขมัน ซึ่งจะไม่มีอาการคันร่วมด้วย


    ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันผื่นภูมิแพ้ให้หายขาด แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องวิตก เพราะผื่นภูมิแพ้ไม่ใช่โรคร้ายแรงอาการจะดีขึ้นเมื่อเจ้าตัวน้อยโตพอที่จะระวังตัวเองได้ การแพ้ก็จะน้อยลง


    ผื่นแพ้ผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่ที่เลือกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้เจ้าตัวน้อยจะรู้สึกสบาย แต่บางครั้งอาจสบายจนขาดความระวังว่า เขาปัสสาวะหรืออุจจาระออกมาหรือยัง ผู้ปกครองบางคนปล่อยให้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปผืนเดียวเปียกซ้ำ 4-5 ครั้ง ก็ไม่เปลี่ยนให้ใหม่ เพราะราคาของผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่รู้สึกว่าต้องใช้ให้คุ้ม แต่การปล่อยให้ผิวหนังของเจ้าตัวน้อยที่บอบบางเปียกชื้น หรือหมักหมมเพียงนิด ก็จะทำให้เขาเป็นผื่นผ้าอ้อม เริ่มจากบริเวณขาหนีบ โดยเฉพาะปลายอวัยวะเพศชายและลูกอัณฑะ ถ้าเกิดความระคายเคืองก็จะอักเสบได้ง่าย ต่างกับเจ้าตัวน้อยที่ใช้ผ้าอ้อมผ้า จะมีอุบัติการณ์เกิดผื่นผ้าอ้อมน้อยกว่า เพราะมักได้รับการเปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดก้น ทำความสะอาดเร็วกว่า ไม่เช่นนั้นจะเปียกคนอุ้มด้วย


    หากปล่อยให้ผิวของเจ้าตัวน้อยหมกหมมนานๆ จะเกิดเชื้อรา Candida แทรกซ้อนตำแหน่งเดียวกับที่เป็นผื่นผ้าอ้อม กระจายลามแดงเป็นเม็ดเล็กๆ อาจลามขึ้นตามลำตัวด้วย หรืออาจเกิดเชื้อแบคทีเรีย ที่มากับการถ่ายอุจจาระ ซึ่งจะทำให้ผิวหนังพุพองได้


    การทาแป้งเด็กช่วยลดการเสียดสีของผิวหนังกับผ้าอ้อมได้ แต่ควรลูบให้แป้งลื่นติดผิวหนัง เพราะถ้าปล่อยให้กองอยู่บนผิว แล้วเปียกชื้นจากน้ำปัสสาวะหรือจากเหงื่อที่ขาหนีบ ซึ่งจะไม่ถูกระบายออกเมื่อใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป แป้งก็จะกลายเป็นก้อน เวลาเจ้าตัวน้อยขยับขา ก้อนแป้งก็จะสีกับขาหนีบ ทำให้เกิดผื่นแดงจากการเสียดสีจนอักเสบ หรือผิวหนังอาจมีรอยแยกแตก เชื้อราก็จะเข้าผสมโรงทันที


    ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นอกจากจะต้องหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้ว ควรเลือกซื้อชนิดที่ซึมซับความเปียกชื้นได้เร็ว อุ้มน้ำได้ดี เพื่อไม่ให้ความเปียกชื้นสัมผัสกับก้นของเจ้าตัวน้อย





    ...

    ตอบลบ
  4. ...


    ผื่นผิวหนังบริเวณอื่น


    นอกจากจะพบผื่นได้ที่บริเวณใบหน้า ซอกข้อพับของร่างกาย บริเวณอวัยวะเพศและก้นของเจ้าตัวน้อย จากการอุดตันของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน จากภูมิแพ้ และการหมักหมมแล้ว ผื่นยังสามารถเกิดขึ้นที่ร่างกายส่วนอื่นได้ เช่น แขนด้านนอกของเจ้าตัวน้อย โดยมีสาเหตุจาก...

    1. เกิดจากการถูกยุงหรือแมลงกัดต่อย เด็กเล็กอาจแพ้มากจนเป็นตุ่มแดงใหญ่ มีหัวแข็งๆ กลางตุ่มแดง


    2. การที่เจ้าตัวน้อยนอนตะแคงทับแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือสลับทั้งสองข้าง แต่นอนทับอยู่กับที่นอนเป็นเวลานานๆ เหงื่อที่แขนระบายออกได้ไม่ดีจนอับเหงื่อและระคายเคือง เกิดการอุดตันของต่อมเหงื่อเฉพาะที่ กลายเป็นผื่นแพ้สัมผัส ที่มีลักษณะคล้ายผดแดงเล็กกระจาย


    3. มือสกปรกของผู้อื่นมาจับเจ้าตัวน้อยเกิดการแพ้สัมผัสที่ผิวหนังได้เช่นกัน ถ้าผิวของเจ้าตัวน้อยมีรอยถลอก เชื้อโรคจากมือสกปรกก็จะเข้าสู่ผิวหนัง ปกติผิวหนังของเราจะมีเชื้อ Normal Flora จำพวก Staphylococcus อาศัยอยู่ โดยไม่ทำอันตรายกับร่างกาย เชื้ออื่นที่เป็นอันตรายจึงเข้ามาอาศัยบนผิวหนังของเราได้น้อยลง แต่ถ้าเมื่อไรผิวหนังเกิดรอยแยกจากการเกาหรือถู เชื้อโรคทั้งที่อันตรายและที่อาศัยอยู่บนผิวหนังก็จะเข้าทำอันตรายต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยแรกคลอดจะยังไม่มีเชื้อใดๆ อาศัยอยู่บนร่างกาย จนกว่าจะผ่านไปประมาณ 2-3 ชั่วโมง จึงทำให้ร่างกายของวัยนี้มีภูมิต้านทานเชื้อโรคต่ำกว่าช่วงวัยอื่นมาก



    ...

    ตอบลบ
  5. ...


    เลือกของใช้สำหรับเด็กให้ไกลจากผดผื่น


    การใช้สบู่สำหรับเด็ก ควรมีฤทธิ์เป็นกลาง หรือกรดอ่อนๆ จะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ควรผสมน้ำหอม ถ้าจะใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อ ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งแพทย์มักจะแนะนำให้ใช้กับเจ้าตัวน้อยที่มีผิวติดเชื้อบ่อยๆ มากกว่าเจ้าตัวน้อยผิวปกติ โดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยแรกเกิดถึง 6 เดือน เพราะยาที่ผสมในสบู่ยาบางตัว จะซึมผ่านผิว อาจส่งผลต่อสมอง ถ้าใช้เป็นประจำ ระยะเวลานาน จะทำให้เกิดถุงน้ำในเนื้อสมอง กลายเป็นช่องว่างของเนื้อสมองในอนาคต แต่ถ้าใช้กับผิวของผู้ใหญ่ ซึ่งมีผิวหนังแข็งแรงและสมองก็เติบโตเต็มที่แล้ว จะไม่มีปัญหา ยกเว้นบางคนที่แพ้ตัวยาในสบู่ ผิวจะเป็นผื่นไม่หาย เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ ผงซักฟอกสำหรับเด็กควรเลือกที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง เพื่อให้สามารถล้างออกได้หมด เพราะถ้าเหลือตกค้างในผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้า เจ้าตัวน้อยมีโอกาสแพ้ได้ง่าย ยิ่งเจ้าตัวน้อยที่เป็นภูมิแพ้ต้องระวังมากๆ


    อย่าใช้เสื้อผ้าหนาเลียนแบบต่างประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ถ้าใส่เสื้อหนาจะทำให้เกิดการอับเหงื่อ จนกลายเป็นผด เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่างๆ เข้าแทรก หรือพวกที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังก็จะระคายเคืองง่าย ถูกเสื้อผ้าหนาเสียดสีก็อาจทำให้ขึ้นผื่นได้ รวมถึงเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ ก็จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยห่างไกลจากผื่นแพ้ผ้าอ้อมได้


    ดังนั้นสิ่งสำคัญด่านแรกสุด ในการดูแลเจ้าตัวน้อยคือ การรักษาผิวหนังของเขาให้สะอาด ควรตัดเล็บทั้งของผู้ปกครองและเจ้าตัวน้อยให้สั้น ตะไบอย่าให้เล็บคม ป้องกันรอยขูดขีด เกาเพื่อไม่ให้เป็นทางเข้าของเชื้อโรค ก็จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยห่างไกลจากผดผื่นและการเจ็บป่วยเบื้องต้นค่ะ




    ที่มา :: http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=healthyservice&date=19-09-2007&group=1&gblog=23



    ...

    ตอบลบ
  6. กลาก เกลื้อน หรือ กลากน้ำนม



    สมัยนี้ ผู้คนต่างพากันห่วงใยเอาใจใส่ดูแลทะนุถนอมผิวพรรณกันอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้มีผิวพรรณที่ดีสวยงาม
    นวลเนียน ปราศจากริ้วรอยใดๆ แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งท่านเกิดเป็นผื่นขึ้นมาที่ผิวหนัง แล้วแพทย์บอกท่านว่าเป็นโรคกลาก เกลื้อน อะไรทำนองนี้ เชื่อว่าหลายท่านโดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีคงอยากร้อง กรี๊ด กรี๊ด เพราะคงรู้สึกอายที่จะต้องเป็น
    โรคกลาก เกลื้อน นี้ซึ่งจริงๆ แล้ว โรคกลาก เกลื้อน ที่น่ากลัวมากขนาดนั้นจริงหรือไม่ รักษายากไหม และแตกต่างกัน
    อย่างไร เพราะคงจะเคยได้ยินทั้ง โรคกลาก โรคเกลื้อน โรคกลากน้ำนม ฟังดูชื้อคล้ายๆ กัน แต่ทั้ง 3 โรคนี้ เป็นคนละ
    โรคกันนะคะไม่เกี่ยวข้องกันเลย แตกต่างกันทั้ง สาเหตุ ลักษณะผื่น ตำแหน่งผื่น อาการ และการรักษา นอกจากคุณ
    สุภาพสตรีจะกลัวโรคกลุ่มนี้แล้วคิดว่าคุณผู้ชายก็มีความกลัว กังวลที่จะเป็นโรคกลุ่มนี้เช่นกัน ใกล้หมอฉบับนี้จึงขอ
    ไขปัญหาให้ท่านผู้อ่าน ได้ทราบถึงรายละเอียดและความแตกต่างกันของโรคกลาก เกลื้อน โรคกลากน้ำนมนะคะ


    โรคกลาก (Tinea infection)



    โรคกลากนี้เรามักได้ยินบางคนเรียกกันว่า ขี้กลาก ซึ่งหลายคนจะกังวลมากไม่อยากเป็นขี้กลากกัน
    เป็นโรคซึ่งเกิดจากเชื้อรา (dermatophyte) เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ เพราะฉะนั้นบางคนจึงกังวล กลัวว่าจะติดโรคนี้
    มาจากผู้อื่น


    ลักษณะผื่น
    เป็นผื่นแดง วงกม มีขอบเขตชัดเจน รูปร่างคล้ายวงแหวน (ring worm) มีสะเก็ดลอกขุยที่ขอบวงแหวน
    ถ้าผื่นลุกลามขยายออกวงกว้างขึ้นจะยิ่งเห็นรูปร่างวงแหวนชัดเจนยิ่งขึ้น แต่บางครั้งอาจไม่เห็นเป็นรูปร่าง
    แบบวงแหวนแต่ก็จะเป็นผื่นสีแดงที่มีขอบเขตค่อนข้างจะชัดเจน


    อาการ
    จะมีอาการคัน บางคนจะคัดมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืนจะยิ่งคันมาก ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ


    ตำแหน่งของผื่น
    มีหลายตำแหน่งมาก คือ
    1. ศีรษะ (Tinea capitis) มักเป็นในเด็กเล็ก ในเด็กวัยเรียน ศีรษะเป็นสะเก็ดลอก ผื่นวงกลม มีน้ำเหลืองเยิ้ม คัน ที่เราเรียกว่า "ฝีชันนะตุ" (Kerion)
    2. หน้า (Tinea faceii)
    3. ลำตัว, แขน, ขา (Tinea corporis) เรามักเรียกว่า "กลาก" ถ้าเป็นที่ตัว แขน ขา เพราะจะมีผื่นชัดเจนที่มีรูปร่าง
    คล้ายวงแหวน
    4. มือ (Tinea manum) มักจะเป็นข้างเดียว
    5. เท้า (Tinea pedis) เป็นข้างเดียวหรือ 2 ข้างได้ เกิดจากความอับชื้น ใส่รองเท้า, ถุงเท้า เป็นระยะเวลานาน
    6. ขาหนีบ (Tinea cruris) เรามักเรียก กลากที่ขาหนีบว่าเป็น "สังคัง" สมัยก่อนที่คนเป็นสังคังจะอายมากเพราะจะคันมาก เวลาเกาจะอายคนอื่น และมักจะต้องเดินขากางๆ บางทีเกาจนถลอกเจ็บแสบมาก
    7. เล็บ (Tinea unguium) เป็นทั้งเล็บมือ เล็บเท้า ค่อนข้างรักษายากใช้ความอดทน ต้องใช้ระยะเวลานาน เล็บจะมีสีผิดปกติและรูปร่างเล็บผิดปกติ หัก กร่อน


    ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโรคกลากที่เป็นเชื้อรานี้ เกิดขึ้นได้หลายตำแหน่งมาก ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียว
    นะคะ

    การติดต่อ
    โรคกลากเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ ทางการสัมผัสโดยตรง (direct contact) เช่น ใช้ของเสื้อผ้าร่วมกัน ใช้หวี แปรง หมวก รองเท้า ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดตัว ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ร่วมกันเป็นต้น


    การรักษา
    1. กลุ่มยากิน ได้แก่ กริซิโอฟูลวิน (griseofulvin), สปอรัล (sporal), เทอบินาฟีน, ลามิซิล (lamisii)
    2. กลุ่มยาทา ได้แก่ ไมโคนาโซล, แดคทาริน, คาเนสเทน ฯลฯ





    ...

    ตอบลบ
  7. ...


    โรคเกลื้อน (Tinea versicolor)



    โรคเกลื้อน เกิดจากเชื้อยีสต์ เรียกว่า P.orbiculare คนละชนิดกันกับโรคกลาก ติดต่อได้เช่นกัน


    ลักษณะผื่น
    เป็นผื่นวงกลมสีขาวจางๆ มีขอบค่อนข้างชัดเจน รวมกลุ่มกัน บางครั้งมีสีออกน้ำตาลได้


    อาการ
    มักจะมีอาการคัน แต่คันไม่มากเท่ากับโรคกลาก โรคเกลื้อนมักจะคันตอนช่วงที่เหงื่อออก ช่วงที่อากาศร้อน


    ตำแหน่งผื่น
    โรคเกลื้อน มักจะพบที่
    1. ใบหน้า
    2. ลำตัว อก หลัง ต้นแขน
    โรคเกลื้อนจะไม่เป็นที่มือ เท้า ขา เล็บ ศีรษะ ซึ่งต่างกันกับโรคกลาก


    การติดต่อ
    ติดต่อทางการสัมผัสโดยตรง (direct contact) การใช้เสื้อผ้าร่วมกัน ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดตัวร่วมกันโรคเกลื้อนจะเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าท่านเหงื่อออกมาก อยู่ในที่มีอากาศร้อน หรือเล่นกีฬา เหงื่อออกมาก แล้วทิ้งไว้หมักหมม ไม่ยอมอาบน้ำเป็นระยะเวลานาน จะเกิดเกลื้อนได้ง่าย


    การรักษา
    1. ยากิน ได้แก่ คีโตโคนาโซล (ketoconazole) ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น
    2. สบู่ยา เช่น ซาสติด (sastid), เซลซั่น (selsun)
    3. ยาทา เช่น โซเดียมไธโอซัลเฟต, ไนโซรัล, คาเนสเทน ฯลฯ


    โรคกลากน้ำนม (Pityriasis alba)



    ชื่อว่า กลากน้ำนมก็จริง แต่ไม่ได้เกิดจากเชื้อรา เชื้อยีสต์ใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ได้เกี่ยวข้องกับกินนมหกเลอะเทอะ
    แต่อย่างใดด้วย เป็นโรคที่เกิดจากแพ้แสงแดด ไวต่อแสงแดด และการว่ายน้ำ ทำให้เป็นกลากน้ำนมได้มากขึ้น


    ลักษณะผื่น
    เป็นวงสีขาวจางๆ ขอบเขตไม่ชัดเจน มีขุยลอกบางๆ


    อาการ
    มักจะไม่มีอาการใดๆ ไม่คัน


    ตำแหน่งผื่น
    มักจะพบกลากน้ำนมที่บริเวณใบหน้ามากที่สุด


    การติดต่อ
    โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ได้เกิดจากเชื้อราใดๆ ส่วนใหญ่โรคกลากน้ำนมมักจะเป็นในเด็กเล็ก
    เด็กวัยเรียน ซึ่งมักจะเล่นกีฬาเป็นประจำ มีโอกาสตากแดดว่ายน้ำได้บ่อย โรคกลากน้ำนมนี้ไม่ค่อยพบในผู้ใหญ่


    การรักษา
    1. หลีกเลี่ยงแสงแดด ทายากันแดด
    2. หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ ในช่วงแสงแดดจัด
    3. ทิ้งไว้หายเองได้


    โดยสรุปจะเห็นได้ว่า โรคกลาก โรคเกลื้อน โรคกลากน้ำนม นั้นแตกต่างกัน คิดว่าท่านผู้อ่านคงจะถึงบางอ้อ
    แล้วนะคะ ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ ก็ควรพบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังได้นะคะ


    พญ.วิญญารัตน์ ตันศิริ


    .

    ตอบลบ
  8. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง…เอ็คซีมา



    หากผิวของลูกน้อยมีผื่นผิวหนังอักเสบ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบริเวณแก้ม หน้าผาก หรือศีรษะ ถ้าเป็นมากก็อาจพบบริเวณลำตัว แขนขา ข้อมือ ข้อเท้า โดยลักษณะอาการที่เห็นได้เด่นชัดก็คือ ลูกน้อยมักจะเอาแก้มหรือศีรษะถูไถกับหมอน หรือผ้าปูที่นอน เพราะมีอาการคันมากๆ ค่ะ เรามาทำความรู้จักเจ้าผื่นคันเอ็คซีมากันดีกว่า
    ผื่นคันเอ็คซีมา (Eczema) เกิดจาก…
    ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดค่ะ แต่มีแนวโน้มว่า เกิดจากกรรมพันธุ์ จากคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติๆ ใกล้ชิดมีประวัติเคยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ หอบหืดหรือแพ้อากาศ หรืออาจถูกกระตุ้นโดยสารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่ทาน หรืออาหารที่คุณแม่ทานโดยผ่านทางน้ำนมแม่ก็ได้ค่ะ นอกจากนี้แล้ว เจ้าผื่นคันเอ็คซีมา อาจเกิดจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป หรือสารระคายเคืองที่สัมผัสผิวของลูกน้อย เช่น ผ้าขนสัตว์ สารเคมีในสบู่ โลชั่น หรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กบางชนิด รวมทั้งจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงมากๆ และสภาพผิวที่แห้งก็ได้ค่ะ
ผื่นคันเอ็คซีมา...พบมากในวัยไหน ?
 ประมาณ 10 - 20% ของเด็กเล็กๆ จะเป็นผื่นคันชนิดนี้ โดยประมาณ 65% มีอาการของโรคนี้ในช่วงขวบปีแรก และ 90% มีอาการของโรคนี้ก่อนอายุ 5 ขวบ ถึงแม้กว่า 60% ของเด็กที่เป็นอาจมีอาการต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากอาการจะดีขึ้นภายในอายุ 2 ขวบค่ะ
    ผื่นคันเอ็คซีมา...ดูแลยังไง?
    • อย่าปล่อยให้ผิวลูกน้อยแห้ง ถ้าเด็กเล็กที่เป็นผื่นคันเอ็คซีมา อาบน้ำวันละครั้งก็เพียงพอแล้ว แต่ระวังว่า อย่าให้น้ำร้อนจนเกินไป เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งได้ง่าย
    • ใช้สบู่เหลวหรือแชมพูแค่เพียงช่วงท้ายของการอาบน้ำ เพื่อไม่ให้ตัวลูกต้องแช่ในน้ำสบู่นานๆ ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งได้ และสบู่เหลวควรใช้ชนิดอ่อนๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และมีค่า pH เป็นกลางค่ะ
    • หลังอาบน้ำแล้ว ใช้ผ้าซับตัวเบาๆ แล้วทาผิวด้วยเบบี้โลชั่น หรือเบบี้ออยล์ทันที เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวลูกน้อยค่ะ โดยผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรอ่อนละมุมเหมาะกับผิวที่บอบบาง
    • อย่าปล่อยให้ลูกน้อยเกาผิวหรือเอาหน้าไปถูกับเบาะหรือหมอนบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่เขาหลับ เพราะจะทำให้ผิวหนังยิ่งระคายเคืองมากยิ่งขึ้นค่ะ
    • ควรเลือกเสื้อผ้าที่ทำจากเนื้อผ้าโปร่งที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบไม่มีน้ำหอมและอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อย
    • ละอองเกสรดอกไม้ หรือขนของสัตว์เลี้ยงภายในบ้านก็อาจกระตุ้นหรือทำให้ผื่นคันเอ็คซีมาแย่ลงได้ ควรดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ หากพื้นบ้านปูพรม หรือมีเฟอร์นิเจอร์ผ้าควรรื้อออกหรือหมั่นทำความสะอาด



    นมแม่ช่วยได้หรือไม่?

    จากการวิจัยพบว่า การให้เด็กดื่มน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดสามารถช่วยป้องกันหรืออย่างน้อยก็ทำให้การเกิดผื่นเอ็คซีมา ในกลุ่มที่เด็กอาจจะมีอาการเนื่องจากกรรมพันธุ์จากพ่อแม่ล่าช้าออกไปได้ แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่า น้ำนมแม่จะช่วยได้หรือไม่หากลูกเป็นผื่นเอ็คซีมาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำนมแม่ก็มีแต่ได้กับได้อยู่แล้ว


    ที่มา :: http://motherandchild.in.th/content/view/825/


    .

    ตอบลบ