Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ดูแลฟันลูกตั้งแต่ซี่แรก

ดูแลฟันลูกตั้งแต่ซี่แรก 






การขึ้นของฟันเด็กซี่แรกเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เช่นเดียวกับการเริ่มเดินและการเริ่มพูดคำแรกของเด็กที่ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์สำคัญ

โดยทั่วไปพ่อแม่ควรแน่ใจว่าฟันของเด็กมีการเจริญเติบโตและมีสุขภาพฟันที่ดี ทันตแพทย์สามารถให้คำแนะนำได้ดีที่สุดเกี่ยวกับการดูแลสุภาพฟันของลูกคุณ
 



 

ข้อมูลที่จะกล่าวต่อไปนี้ได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษาสุขภาพฟันที่ดี

 

ฟันซี่แรกของเด็ก

ฟันซี่แรกของเด็ก (เรียกว่า ฟันน้ำนม) ฟันน้ำนมขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นของฟันผู้ใหญ่ เด็กส่วนมากมีฟัน 1 - 2 ซี่เมื่ออายุ 7 เดือน แต่เด็กบางคนอาจมีฟันซี่แรกขึ้นก่อนหรือหลังอายุ 7 เดือน ฟันน้ำนมของเด็กส่วนมากจะขึ้นเต็มเมื่ออายุ 2 ? - 3 ขวบ

 
สัญญาณที่จะแสดงให้ทราบว่าฟันจะเริ่มขึ้น จะมีอาการแสดงดังต่อไปนี้

- น้ำลายไหลมากกว่าปกติ 
- แก้มแดง 
- นอนหลับยากขึ้น 
- พักผ่อนได้น้อยลง 
- ชอบกัด หรือ เคี้ยวพื้นผิวที่เป็นของแข็ง

 
ฟันผุ (หรือ การผุกร่อนของฟัน) 

ฟันเด็กมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุได้จากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ภายในช่องปาก น้ำลายมีบทบาทสำคัญในการป้องกันฟันผุได้โดยช่วยขจัดน้ำตาลและกรดที่จะมาทำลายสารเคลือบฟัน และช่วยทำให้ฟันให้แข็งแรง

 
น้ำตาลในนมสำหรับเด็ก

คาร์โบไฮเดรตในรูปของน้ำตาลนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการบริโภคของเด็ก เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก

น้ำตาลที่อยู่ในนมแม่ นมวัว และนมผง ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำตาลแลคโตส ส่วนน้ำตาลที่พบในนมถั่วเหลืองและนมที่ไม่มีน้ำตาลแลคโตสจะเป็นน้ำตาลซูโครส

สิ่งที่ควรทราบ คือ อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นองค์ประกอบ สามารถเป็นสาเหตุทำให้ฟันผุ ดังนั้น การดูแลสุขภาพฟันทุกวันให้สะอาดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

น้ำตาลในอาหารสำหรับทารกคุณอาจเริ่มให้อาหารเสริมทารกก่อนที่ฟันเด็กซี่แรกจะขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเริ่มแรกของการหย่านม น้ำตาลสามารถพบได้ในอาหารหลากหลายชนิด เช่น อาหารเช้า ธัญพืช รวมทั้งของหวาน (เช่น คุกกี้ เค้ก ไอศครีม) รวมทั้งพบในอาหารที่มาจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้ ดังนั้นเพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่เป็นโรคฟันผุ คุณควรทำความสะอาดฟันเด็กทุกครั้ง หลังจากรับประทานอาหาร

โภชนาการที่ดี เพื่อสุขภาพฟันที่ดี
เมื่อเด็กมาถึงขั้นตอนการหย่านม เริ่มต้นรับประทานอาหารเสริม คุณควรปลูกฝังการรักษาสุขภาพฟันที่ดี โดยเตรียมอาหารที่มีความสมดุล หลากหลาย และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของโรคฟันผุ

- สนับสนุนให้เด็กดื่มน้ำจากแก้วหัดดื่มให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยปกติควรเริ่มฝึกเด็กเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน หรือ อาจเริ่มทันทีที่ฟันเด็กซี่แรกขึ้น 
- อย่าปล่อยให้เด็กดื่มน้ำหรือนมจากขวดเป็นเวลานาน การกระทำดังกล่าวจะทำให้น้ำตาลมาเกาะฟันเด็ก เหตุผลเดียวกันอย่าใช้ขวดนมเป็นเหมือนจุกนมยางสำหรับทารก และอย่าปล่อยให้เด็กหลับพร้อมกับขวดนม  
- ห้ามใช้ขวดนมกับเด็กที่อายุเกิน 12 เดือน นอกจากได้รับคำแนะนำจากแพทย์ 
- ห้ามเติมน้ำตาล หรือวัตถุที่มีความหวานในขวดนมเด็ก 
- ห้ามทาหัวนม ด้วยส่วนผสมที่มีส่วนประกอบเหมือนน้ำตาล 
- เมื่อเด็กได้มาถึงขั้นตอนหย่านม คุณควรจัดเตรียมอาหารที่มีความสมดุลและหลากหลาย  
- ควรจำกัดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 
- ควรจำกัดอาหารและเครื่องดื่มที่มีุน้ำตาลในมื้ออาหาร และควรให้ของหวานหลังจากมื้ออาหารทันที สำหรับของว่างระหว่างมื้ออาหาร คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง 
- ถ้าเด็กกระหายน้ำระหว่างรับประทานอาหาร ให้เด็กดื่มน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ถ้าเด็กปฏิเสธที่จะดื่มน้ำเปล่า คุณสามารถหยดน้ำผลไม้ลงไป 1 – 2 หยด

 
การแปรงฟันเด็ก

การรักษาสุขภาพฟันควรได้รับการปลูกฝังอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงขวบปีแรกของชีวิต ก่อนที่ฟันน้ำนมของเด็กจะขึ้น คุณสามารถดูแลเหงือกของเด็กได้โดย การขัดถูเบาๆด้วยนิ้วที่สะอาด หรือใช้ผ้าที่นุ่มสะอาด หรือสำลีก้อนทำความสะอาด เมื่อเด็กอายุประมาณ 6 - 7 เดือน คุณควรนวดเหงือกให้เด็กเบาๆ ด้วยแปรงชนิดพิเศษสำหรับเด็ก ซึ่งแปรงชนิดนี้จะมีความคล้ายคลึงกับแปรงสีฟันปกติแต่หัวแปรงเป็นยางที่ถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อกระตุ้นเหงือก และช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กับเด็กในเรื่องการแปรงฟัน แปรงเด็กสำหรับฝึกหัดสามารถนำไปให้เด็กเคี้ยวเล่นได้ก่อนฟันซี่แรกจะขึ้น แต่คุณต้องไม่ทิ้งเด็กไว้กับแปรงสีฟันตามลำพังโดยไม่ได้รับการดูแล เพราะว่าอาจมีโอกาสเสี่ยงที่เด็กจะเกิดสำลักจากการแปรงฟันได้

คุณควรเริ่มทำความสะอาดฟันลูกทันทีที่ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น คุณต้องหัดแปรงฟันซี่แรกเบาๆ ด้วยผ้านุ่มๆ หรือสำลีก้อน เมื่อเด็กมีฟันซี่ที่ 2 หรือมากกว่านั้นให้ใช้แปรงสีฟันสำหรับเด็ก พร้อมกับแตะยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่ว คุณควรปรึกษาทันตแพทย์ หรือกุมารแพทย์ก่อนการใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์กับเด็ก

จำไว้ว่า ควรแปรงฟันเด็กอย่างเบาๆ เพราะว่า เหงือกของเด็กมีความอ่อนนุ่มและได้รับบาดเจ็บง่าย คุณควรแน่ใจว่าได้แปรงฟันลึกเข้าไปถึงด้านในของฟันและไปถึงด้านหลังของฟันกราม 

ขณะที่เด็กมีฟัน 1- 2 ซี่ ควรทำความสะอาดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง และเมื่อเด็กมีฟันมากขึ้น ควรแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง โดยให้ทำความสะอาดฟันหลังจากป้อนอาหารเสร็จแล้วทุกครั้ง และตอนกลางคืนน้ำเปล่าควรเป็นสิ่งเดียวที่เด็กจะดื่มหลังแปรงฟันแล้ว

ฟลูออไรด์ ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุมีหน้าที่เคลือบฟัน เพื่อทำให้ฟันแข็งแรงขึ้นและลดโอกาสฟันผุ รูปแบบของฟลูออไรด์มีมากมายที่นำมาใช้เพื่อป้องกันฟันผุ น้ำดื่มบางแห่งมีฟลูออไรด์ผสมอยู่ในระดับที่สามารถป้องกันฟันผุได้ บางครั้งทันตแพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ใช้ฟลูออไรด์เสริม (โดยปกติจะอยู่ในรูปของหยดน้ำ หรือ เป็นเม็ดฟลูออไรด์) แต่ห้ามคุณใส่ฟลูออไรด์เสริมเองลงในนม เนื่องจากนมจะไปยับยั้งการดูดซึมของฟลูออไรด์

ยาสีฟันที่เพิ่มฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุนั้นพบว่า ฟลูออไรด์ที่เด็กได้รับอาจมากกว่าความจำเป็น โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ดังนั้น คุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์กับเด็ก

 
การตรวจฟัน

สิ่งสำคัญ คือ ลูกของคุณควรได้รับการตรวจช่องปากและฟันตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะมีสุขภาพฟันที่ดี และมีฟันขึ้นในตำแหน่งที่ถูกต้อง

การตรวจฟันสามารถทำได้ทันทีที่ฟันซี่แรกขึ้นโดยกุมารแพทย์หรือทันตแพทย์ เด็กควรได้รับการตรวจฟันทุก 3 – 6 เดือน การแปรงฟันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่า เศษอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตกค้างอยู่บริเวณรอบๆฟัน อาจเป็นสาเหตุทำให้ฟันผุ เนื่องมาจากสร้างสารที่เป็นกรดจากการย่อยแป้งและน้ำตาล ที่ตกค้างอยู่ภายในช่องปากมาทำลายสารเคลือบฟัน (ส่วนที่ครอบผิวฟันด้านนอก)

การช่วยให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ดีและแข็งแรง จะช่วยเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นของฟันแท้ซี่ใหม่








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น