Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

ค่ามัดจำ การเช่าบ้าน

ค่ามัดจำ การเช่าบ้าน




คำแนะนำทนายคลายทุกข์





           1. เนื่องจากการทำสัญญาเช่าที่พักอาศัยหรือบ้าน  ตามกฎหมายกำหนดหน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่าไว้  ว่าจะต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว  เพราะหากผู้ให้เช่าส่งมอบทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น  โดยสภาพไม่เหมาะสมแก่การที่จะใช้เพื่อประโยชน์ที่เช่ามา  ผู้เช่าย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้  ตามความ ป.พ.พ. มาตรา 546,548

           2. ท่านย่อมมีสิทธิที่จะถ่ายรูปบ้านที่เช่าไว้เป็นหลักฐานถึงสภาพของทรัพย์ที่เช่าก่อนทำสัญญาได้ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร  แต่จะนำมาเป็นหลักฐานการโต้แย้งข้ออ้างกับหักค่าวางมัดจำของผู้ให้เช่า เมื่อผู้เช่าออกจากบ้านเช่าไปเห็นทีทางฝ่ายผู้ให้เช่า  คงไม่ยินยอมให้ท่านกระทำหรือให้ท่านเช่า  แต่ถ้าหากผู้ให้เช่าได้กำหนดเงื่อนไขที่จะนำมาอ้างเป็นเหตุริบเงินมัดจำมีลักษณะหรือมีผลให้ผู้เช่า ต้องรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้  ตามปกติ  จึงย่อมเป็นเหตุริบมัดจำมีลักษณะหรือมีผลให้ผู้เช่า  เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  กฎหมายจึงกำหนดให้ข้อสัญญานั้นมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น  ตามมาตรา 4 วรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540




ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์


 มาตรา 546 
ผู้ให้เช่าจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว


มาตรา 548  ถ้าผู้ให้เช่าส่งมอบทรัพย์สินซึ่งเช่านั้นโดยสภาพไม่เหมาะแก่การที่จะใช้เพื่อประโยชน์ที่เช่ามา ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้



พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
มาตรา 4  ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
 



ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งมิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปนั้น
ข้อตกลงที่มีลักษณะหรือมีผลให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ เป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น

(1)  ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญา
(2)  ข้อตกลงให้ต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
(3)  ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ
(4)  ข้อตกลงให้สิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือปฏิบัติตามสัญญาในระยะเวลาที่ล่าช้าได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(5)  ข้อตกลงให้สิทธิคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเรียกร้องหรือกำหนดให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระเพิ่มขึ้นมากกว่าภาระที่เป็นอยู่ในเวลาทำสัญญา
(6)  ข้อตกลงในสัญญาขายฝากที่ผู้ซื้อฝากกำหนดราคาสินไถ่สูงกว่าราคาขายบวกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละสิบห้าต่อปี
(7)  ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดราคาค่าเช่าซื้อ หรือกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
(8)  ข้อตกลงในสัญญาบัตรเครดิตที่กำหนดให้ผู้บริโภคต้องชำระดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายหรือประโยชน์อื่นใดสูงเกินกว่าที่ควรในกรณีที่ผิดนัดหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการผิดนัดชำระหนี้
(9)  ข้อตกลงที่กำหนดวิธีคิดดอกเบี้ยทบต้นที่ทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
 

ในการพิจารณาข้อตกลงที่ทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามวรรคสาม จะเป็นการได้เปรียบเกินสมควรหรือไม่ ให้นำมาตรา 10 มาใช้โดยอนุโลม





ที่มา  ::  http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=6753

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น