Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผลไม้สำหรับเด็กวัย 6 - 12 เดือน

ผลไม้สำหรับเด็กวัย 6 - 12 เดือน





แม่และเด็ก



ผลไม้สำหรับเด็กวัย 6 - 12 เดือน (modernmom)
 
           เมื่อลูกน้อยอายุ 6 เดือน ฟันหน้า 2 ซี่ล่างเริ่มขึ้นแล้ว เจ้าตัวเล็กจะรู้สึกมันเขี้ยวอยากจะกัด การที่คุณแม่ให้ผลไม้เป็นอาหารเสริมแก่ลูกน้อย จึงเป็นการส่งเสริมให้ฟันขึ้นได้ดีด้วยค่ะ


          ผลไม้เป็นสิ่งแรกที่ทำให้ลูกเรียนรู้รสหวานจากน้ำตาลฟรุกโตส ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับพัฒนาการของลูกน้อยเกี่ยวกับการกินผลไม้ สำหรับลูกเล็กควรเริ่มจากน้ำผลไม้คั้นสดดีที่สุด เพราะเจ้าตัวเล็กคุ้นเคยกับการดูดอยู่แล้ว คุณแม่ควรเลือกน้ำผลไม้รสอ่อน ๆ ปริมาณน้อย ๆ แม้ในช่วงวัยต่อไปลูกจะมีพัฒนาการด้านการเคี้ยวกลืนที่ดีขึ้น สามารถกินเนื้อผลไม้ได้ แต่น้ำผลไม้ก็ยังเป็นอาหารที่กินคู่กับผลไม้บดหรือผลไม้หั่นเป็นชิ้นได้ตลอดทุกช่วงวัย



ลูกเล็กวัย 6 เดือน เริ่มต้นง่าย ๆ กับผลไม้ 5 ชนิด



        กล้วย มีคุณสมบัติย่อยง่าย มีใยอาหารแบบละลายน้ำ ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย โดยเฉพาะกล้วยที่สุกจัด จะมีรส หวานและโพแทสเซียมสูง


        ส้ม วิตามินซีในน้ำส้มช่วยการดูดซึมธาตุเหล็ก ตอนที่คุณแม่ป้อนส้มให้ลูก อาจจะเห็นลูกน้อยกะพริบตาถี่ๆ เมื่อลิ้มลอง เพราะส้มมีกรดซิทริคทำให้มีรสเปรี้ยวอ่อน ๆ และภาวะความเป็นกรดจะช่วยให้การย่อยโปรตีนจากนมดีขึ้น


        แตงโม เป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะ รสหวานอ่อน ๆ ทำให้ลูกสดชื่น และเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี อีกทั้งมีวิตามินเอด้วย


        มะม่วงสุก มีเบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงสายตา มีแอนติออกซิแดนท์ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ด้วย


        อโวคาโด มีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม มีวิตามินอี และกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะหัวใจแต่คุณแม่ควรจำกัดปริมาณ ไม่ควรให้ลูกกินมากเกินไป เพราะอโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง



เตรียมผลไม้ให้พร้อม ก่อนป้อน



        คั้นน้ำ ใช้กับผลไม้ประเภทที่มีเส้นใย เช่น ส้มเช้ง ส้มเขียวหวาน และแตงโม


        ครูดและบด เหมาะสำหรับผลไม้เนื้อสุกนิ่ม กากใยน้อย เช่น มะม่วงสุก มะละกอสุก และอโวคาโด


        ปั่น เลือกผลไม้ที่มีน้ำเยอะ กินได้ทั้งน้ำและเนื้อ เช่น สาลี่ กีวี่ แอปเปิล และองุ่น ก่อนปั่นควรปอกเปลือก และอาจจะใส่น้ำสุกเพิ่ม แต่การปั่นในโถปั่นอาจมีฟองอากาศผสมเข้าไป ทำให้คุณค่าอาหารอาจลดน้อยลง และลูกอาจมีลมในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น หลังกินควรมีกิจกรรมให้ลูกทำบ้าง


        หั่นชิ้นเล็ก เหมาะกับผลไม้ทุกชนิด เช่น มะละกอ กล้วย ส้ม อะโวคาโด มะม่วงสุก แตงไทย และองุ่น แต่ผลไม้ที่มีเปลือกบางๆ เช่น องุ่นและส้ม คุณแม่ควรลอกเปลือกและแกะเมล็ดออกให้เรียบร้อย

        หั่นเป็นแท่ง มักใช้กับผลไม้ที่นิ่มปานกลาง และไม่เละ เช่น มะม่วง ชมพู่ สาลี่ แอปเปิ้ล และฝรั่ง เพราะลูกจะสามารถจับถือกินเองได้





วัยไหนหม่ำอย่างไร


          นี่คือหัวใจสำคัญ เพราะถึงคุณแม่จะเลือกผลไม้และเตรียมผลไม้ให้เหมาะกับแต่ละชนิดแล้ว แต่การเลือกผลไม้ให้ลูกแต่ละวัยกิน ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับพัฒนาการเคี้ยวกลืนของเจ้าตัวเล็กด้วย ไปดูกันเลยดีกว่าว่า ลูกวัยไหนกินผลไม้อะไร และควรกินแบบไหน


icon อายุ 6-8 เดือน


          ผลไม้ที่ลูกกินควรเป็นผลไม้บด ยี หรือครูด ถ้าคุณแม่บดผลไม้ผ่านตะแกรง จะทำให้มีน้ำมากกว่าเนื้อ ก็อาจจะผสมเนื้อผลไม้รวมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความข้นหนืด เพราะลูกวัยนี้เริ่มมีทักษะในการใช้ลิ้นตวัดอาหาร และแตะเพดานปากดีขึ้น ลูกจะสามารถกลืนอาหารได้โดยไม่สำลัก

          กินมากแค่ไหน : ควรเริ่มจาก 2–3 ชิ้นเล็ก ๆ จนกระทั่งเพิ่มปริมาณมากขึ้นถึง 2 ช้อนโต๊ะ
 

icon อายุ 8-10 เดือน
          เจ้าตัวเล็กที่บ้านเริ่มมีฟันเพิ่มขึ้นแล้วล่ะค่ะ คุณแม่ควรเลือกผลไม้ที่มีเนื้อนุ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ให้เจ้าตัวเล็กได้ทดสอบความสามารถของฟัน และคุ้นชินกับอาหารที่มีลักษณะหยาบขึ้น



          กินมากแค่ไหน : ผลไม้หั่นชิ้นเล็กประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำผลไม้คั้นสด 2–4 ออนซ์





icon อายุ 10-12 เดือน


          เจ้าตัวเล็กมีฟันขึ้นเยอะมากกว่าเดิม และเริ่มขบเคี้ยวอาหารจากฟันหน้า เพราะฉะนั้นผลไม้ที่เด็กวัยนี้กินได้ควรเป็นผลไม้เนื้อนิ่มปานกลาง คุณแม่อาจจะหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือเป็นแท่งให้ลูกจับถือกินเอง

          กินมากแค่ไหน : ประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ ถ้าเป็นน้ำผลไม้คั้นสดประมาณ 2–4 ออนซ์

 
          ส่วนผลไม้ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าตัวเล็กหม่ำคือ ผลไม้ที่ที่มียางและมีเมล็ดเล็ก ๆ ค่ะ


          และถ้าจะให้ดีคุณแม่ควรให้ลูกกินผลไม้หลากหลายสีอย่างน้อย 2-3 ชนิดต่อวัน เพื่อลูกจะได้คุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วน ที่สำคัญควรเป็นผลไม้สดและใหม่นะคะ เพราะจะมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผลไม้ที่เตรียมไว้นาน ๆ ค่ะ







ที่มา   ::     (modernmom)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น