Learn with Prin เรียนรู้ไปพร้อมกับน้องปริญญ์ จำหน่าย CalD Gummy (แคลดี กัมมี่) วุ้นเจลาตินสำเร็จรูป ผสมแคลเซียม และวิตามินดี สนใจสอบถามได้ที่...โทร ☎️ :: 082-236-4928 Line ID : enjoylife4u

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์

คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์
 


 
 
เด็กๆ คือผู้โดยสารที่ผู้ใหญ่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเมื่อโดยสารรถยนต์ เพราะอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ในรถ เช่น เข็มขัดนิรภัย หรือถุงลมนิรภัยนั้น ได้รับการออกแบบมาสำหรับใช้กับผู้ใหญ่ จึงไม่สามารถป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับเด็กๆ ซึ่งมีรูปร่างเล็กกว่าได้ และอาจกลับก่อให้เกิดอันตรายแก่เด็กด้วย ในการโดยสารรถยนต์ ควรให้เด็กๆ แรกเกิด - 10 ปี นั่งเบาะหลังเสมอ และนั่งบนที่นั่งที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งจะกระชับตัวและมีเข็มขัดยึดเหนี่ยวเด็กให้ติดกับที่นั่ง ช่วยป้องกันการกระทบกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เราอาจแบ่งที่นั่งของเด็กได้เป็น 4 ประเภท ซึ่งเหมาะสมกับอายุและน้ำหนักตัวของเด็กแตกต่างกันไป
 
 



 
ประเภทของเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก แรกเกิด - 10 ขวบ
 

 

1. เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ (Infant car bed)

Infant car bed
Infant car bed

เหมาะกับทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือ มีน้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่า 2.5 กิโลกรัม ควรจัดให้ศีรษะเด็กหันไปทางตอนกลางของรถยนต์เสมอ
 
 

2. ที่นั่งเด็กชนิดนั่งหันไปทางหลังรถ (Rear-facing infant seat)

Rear-facing infant seat
Rear-facing infant seat



ต้องวางไว้เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหลังรถเสมอ เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม และมีส่วนสูงประมาณ 75 เซนติเมตร คือตั้งแต่แรกเกิด - ประมาณ 1 ปี
 
 

3. ที่นั่งเด็กที่หันไปทางหน้ารถ (Forward-facing child seat)

Forward-facing child seat
Forward-facing child seat




ต้องวางไว้ที่เบาะหลัง และให้เด็กนั่งหันไปทางหน้ารถ เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัว 9-18 กิโลกรัม และมีส่วนสูง 75 - 110 เซนติเมตร หรืออายุประมาณ 1-5 ขวบ ที่นั่งประเภทนี้อาจออกแบบให้ใช้ได้ทั้งในแบบที่หันไปทางหน้ารถและหลังรถ โดยผู้ใช้สามารถปรับติดตั้งได้ตามความเหมาะสม
 
 

4. ที่นั่งเสริม (Booster seat)

Booster seat
Booster seat




เป็นที่นั่งสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 18 ถึง 27 กิโลกรัม หรือมากกว่านี้ และสูงประมาณ 110 ถึง 135 เซนติเมตร อายุประมาณ 5 - 10 ขวบ ที่นั่งประเภทนี้จะช่วยให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้พอดีตัวยิ่งขึ้น
 
 
อุ้มทารกไว้กับตัวขณะนั่งรถยนต์ดีไหม?
ไม่ควรอุ้มทารกหรือเด็กไว้ในอ้อมแขนขณะนั่งรถยนต์ เด็กตัวเล็กๆ อาจมีน้ำหนักไม่มากในยามปกติ แต่ในกรณีที่รถชนกัน น้ำหนักของเด็กจะกลายเป็นแรงมหาศาลที่คุณไม่สามารถโอบอุ้มไว้ได้ และเด็กน้อยที่คุณคิดว่าจะปลอดภัยในอ้อมแขน ย่อมหลุดลอยไปกระทบกับสิ่งกีดขวางที่ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
 
 
การเลือกซื้อที่นั่งเด็ก

  • ตรวจสอบคู่มือประจำรถว่ามีคำแนะนำ หรืออุปกรณ์พิเศษใดๆ ในการติดตั้งที่นั่งเด็กหรือไม่
  • ก่อนซื้อ ควรทดลองว่าที่นั่งเด็กที่คุณถูกใจติดตั้งได้เหมาะพอดี กับรถยนต์ของคุณหรือไม่
  • ควรทราบน้ำหนักและส่วนสูงของเด็ก และตรวจสอบกับคำแนะนำที่ให้มากับที่นั่งสำหรับเด็กว่าอยู่ในช่วงที่ตรงกันหรือไม่
  • ถ้าเป็นไปได้ ควรพาเด็กไปด้วยเพื่อให้ทดลองนั่งว่าพอดีตัวหรือไม่
  • ควรใช้เปลเด็กอ่อนสำหรับรถยนต์ ถ้าทารกมีน้ำหนักน้อยกว่า 2.5 กิโลกรัม

 
 

 
ข้อเตือนใจในการเดินทางกับเด็กโดยรถยนต์

  • การติดตั้งที่นั่งเด็กอย่างเหมาะสมไม่ควรรีบร้อน
  • ควรให้เด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี นั่งเบาะหลังเสมอ
  • ที่นั่งเด็กเหมาะสำหรับรถยนต์ซึ่งมีที่นั่งหันไปทางด้านหน้าเท่านั้น อย่านำไปใช้กับรถยนต์ซึ่งมีที่นั่งหันไปทางด้านข้าง หรือด้านหลัง
  • ผู้ใหญ่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยของตนเองให้เรียบร้อยและรัดตัวเด็กอย่างเหมาะสมก่อนออกเคลื่อนรถ
  • อย่าใช้เข็มขัดนิรภัยเส้นเดียวกันคาดผู้ใหญ่ กับเด็กหรือเด็กสองคนไว้ด้วยกัน
  • สายรัดตัวของที่นั่งเด็กต้องแน่นพอดีและพาดข้ามบ่าของเด็ก
  • อย่าพาดอ้อมแขนหรือสอดไว้ใต้แขนเด็ก
  • อย่าดึงตัวเด็กออกจากที่นั่งขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่
  • ถ้าอากาศร้อนหรือจอดกลางแดด ควรมีผ้าคลุมติดรถเพื่อคลุมที่นั่งเด็กเวลาไม่ใช้งาน
  • ก่อนให้เด็กในนั่งที่ ควรตรวจสอบว่าเบาะและส่วนที่เป็นโลหะร้อนเกินไปหรือไม่
 






สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ คือ ไม่ควรอุ้มทารกหรือเด็กไว้ในอ้อมแขนขณะนั่งรถยนต์ เด็กตัวเล็กๆ อาจมีน้ำหนักไม่มากในยามปกติ แต่ในกรณีที่รถชนกัน น้ำหนักของเด็กจะกลายเป็นแรงมหาศาลที่คุณไม่สามารถโอบอุ้มไว้ได้ และเด็กน้อยที่คุณคิดว่าจะปลอดภัยในอ้อมแขน ย่อมหลุดลอยไปกระทบกับสิ่งกีดขวางที่ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต



 





 


ที่มา :: เอกสารเผยแพร่ความรู้ เรื่อง "คุณหนูปลอดภัยในยานยนต์" โดยบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด