Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคตัดผมให้ลูก

เทคนิคตัดผมให้ลูก








 

 



เทคนิคตัดผมให้ลูก
 (รักลูก)





จะตัดผมให้ลูกแต่ละครั้ง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก ก็เจ้าตัวเล็กเริ่มอยู่ไม่สุข แม่เองก็มือไม้สั่นกลัวกรรไกรจะทิ่มหูทิ่มตาลูก คราวนี้ รักลูก เลยเก็บเทคนิคตัดผมให้ลูกน้อยมาฝากค่ะ 


ใช้กรรไกรปลายมน



ตัดตอนลูกหลับ จะตัดได้สะดวกที่สุด



พลิกศีรษะลูกเพื่อตัดผมทีละด้าน



ถ้าลูกผมหนา ลูบศีรษะลูกด้วยน้ำให้เปียกก่อนตัด





ลูกผมร่วง เรื่องเล็ก!


ลูกน้อยขวบแรกจะมีช่วงเวลาที่ลูกผมร่วงเพื่อเปลี่ยนผมใหม่ เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกค่ะ ในขณะเดียวกันผมชุดใหม่ก็กำลังจะงอกขึ้นมาแทนที่ ตัวการที่แท้จริงที่ทำให้ผมร่วงเกิดจากฮอร์โมนชนิดเดียวกับที่ทำให้ผมแม่หลังคลอดร่วงนั่นเองค่ะ


ถ้าผมพร้อมใจกันร่วงหมดหัว คงจะไม่กระไรนักหนา แต่นี่เราจะเห็นว่ามันร่วงเป็นหย่อม ๆ แต่จริง ๆ แล้วเป็นบริเวณที่ศีรษะลูกถูไถกับหมอนบ่อย ๆ นั่นเอง ถ้าลูกนอนตะแคงหรือนอนคว่ำผมก็จะร่วงด้านข้างเป็นหย่อม ๆ ถ้านอนหงายก็จะร่วงด้านหลังแถวใกล้ๆ ท้ายทอย


เด็กบางคนผมอาจจะไม่ร่วงให้เห็น แต่จะเห็นผมขึ้นใหม่ที่มีลักษณะแตกต่างจากเดิม อย่างเช่นเมื่อเกิดมาใหม่ ๆ ผมของลูกเส้นเล็กบางออกสีน้ำตาล ต่อมากลับดกดำเส้นใหญ่


ช่วงที่ผมร่วงลูกอาจจะดูตลกขี้เหร่ไปบ้าง บางคนเลยจับลูกโกนหัวเสียเลย บางคนแค่ขริบปลายให้ดูเป็นระเบียบขึ้น ขอแนะนำว่าอาจจะคอยพลิกให้ลูกนอนท่านั้นท่านี้สลับกันไป ผมของลูกจะได้ร่วงเท่า ๆ กันทุกด้าน


แต่ลูกจะขี้เหร่อย่างนี้ชั่วเวลาสั้น ๆ ไม่ทันไรผมขึ้นใหม่ลูกจะสดใสน่ารักยิ่งกว่าเดิมอีกค่ะ





ขริบผมเรียกขวัญ



ธรรมเนียมขริบผมเรียกขวัญ เป็นอีกธรรมเนียมหนึ่งที่ทำกันมาแต่โบราณ มักจะทำเมื่อลูกอายุครบเดือน โดยมากก็จะให้ผู้ใหญ่อาวุโสอย่างเช่นปู่ย่า ตายายเป็นคนขริบปลายผมลูก (และอาจจะถือโอกาสเล็มปลายผมโดยรอบให้เสมอกันด้วย) แล้วห่อผ้าเก็บไว้ มักจะเก็บรวมกับสายสะดือแห้ง ๆ อาจจะซุกไว้ใต้ฐานพระ เสมือนฝากฝังให้ท่านปกปักรักษาลูกน้อย เป็นพิธีกรรมที่ช่วยให้พ่อแม่ (โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์) อุ่นใจขึ้นค่ะ





โกนผมไฟ


ธรรมเนียมนิยมโกนผมไฟให้ลูกยังมีผู้นิยมอยู่บ้าง สมัยโบราณเป็นส่วนหนึ่งของพิธีรับขวัญเด็กเมื่ออายุครบเดือน แต่สมัยนี้บางคนอาจจะถือเอาการโกนผมลูกเป็นเรื่องของความสะดวกในการดูแลความสะอาดบริเวณศีรษะลูก เพราะเด็กเล็กอาจจะมีไขมาจับศีรษะเป็นสะเก็ดอย่างที่เรียกว่า "ชันตุ" ยิ่งบ้านเราอากาศร้อน การโกนผมให้ลูกเสียเลย จะทำให้ดูแลศีรษะลูกได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือบางคนอาจจะโกนผมลูกเพราะทนดูลูกผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ไม่ได้ พอผมลูกชุดใหม่ขึ้นมาแทนที่ ลูกก็จะน่ารักน่าเอ็นดูสมใจค่ะ


ส่วนธรรมเนียมโกนผมไฟแท้ ๆ แต่โบราณนั้น เขาทำเมื่อลูกอายุครบเดือนกับอีกหนึ่งวัน ซึ่งสมัยก่อนการแพทย์ยังไม่เจริญ ระยะเดือนแรกที่เกิดมาจึงเป็นช่วงเสี่ยงอันตราย เด็กอาจเจ็บไข้ไม่สบายถึงกับเสียชีวิตได้ง่าย ๆ เมื่อพ้นเดือนมาแล้วก็พอจะแน่ใจว่าลูกได้ล่วงพ้นอันตรายแล้ว ผู้ใหญ่จึงทำพิธีรับขวัญลูก และบางทีก็เพิ่งมาตั้งชื่อลูกกันตอนนี้เอง


พิธีโกนผมไฟนั้นก็ให้ผู้ใหญ่ที่เคารพเป็นผู้โกนให้ เหลือผมกระหย่อมหนึ่งไว้กลางศีรษะเพื่อกันกระหม่อมที่ยังบางอยู่ ส่วนผมที่โกนแล้วเอาใส่ในกระทงหรือใบบัว แล้วเอาไป ลอยน้ำ จากนั้นญาติพี่น้องทำพิธีผูกข้อมือข้อเท้าลูกพร้อมให้พร


นี่เป็นพิธีอย่างง่าย ๆ ที่ชาวบ้านสมัยก่อนเขาทำกันทั่วไป แต่ถ้าเป็นลูกผู้ดีมียศศักดิก็จะมีพิธีที่ยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก เช่น ต้องหาฤกษ์งามยามดี มีบายศรี เครื่องประกอบพิธีจุกจิกมากมาย ฯลฯ


เอาเป็นว่า ใครอยากจะอนุรักษ์ประเพณีโกนผมไฟลูก ที่ให้ความหมายทางจิตใจสร้างสานสัมพันธ์ในครอบครัว พ่อแม่-ลูก รวมไปถึงปู่ย่าตายาย ซึ่งจะทำให้ลูกของเราเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความอบอุ่นในครอบครัว ก็ทำกันอย่างง่าย ๆ เถอะ จับเอาแก่นของความหมายดังที่ว่านี้ก็พอค่ะ





ขริบผม

เราอาจจะขริบปลายผมของลูกที่ยาวหร็อมแหร็มให้เรียบเสมอกันเมื่อลูกอายุสัก 3 เดือนขึ้น แต่ก็มีบางคนขริบผมลูกเมื่อลูกอายุครบเดือนแทนการโกนผมไฟรับขวัญลูก








 
 
 
 

 
 
ที่มา          ::           

 
 
 
 
 
 

 
 

 











2 ความคิดเห็น:

  1. 15 ความเชื่อของลูกเบบี๋




    ถ้าแม้การแพทย์จะก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่วิธีการเลี้ยงลูกที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่ปู่ย่าตายายบางอย่างก็ยังคงอยู่ ซึ่งความเชื่อเรื่องการเลี้ยงลูกเหล่านั้น บางเรื่องก็มีเหตุผลที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้ แต่บางเรื่องก็ยังเป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น

    1.การโกนผมไฟ

    เชื่อว่า การโกนผมไฟหรือการทำขวัญเดือน จะทำขึ้นเมื่อเด็กอายุครบ 1 เดือน กับ 1 วัน ซึ่งจัดให้มีการทำขวัญ โกนผม ตั้งชื่อ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เด็ก ซึ่งหากโกนผมไฟช้าเชื่อกันว่าจะทำให้เด็กดื้อและเลี้ยงยาก

    คุณหมอบอก สมัยก่อนนั้นเราเชื่อว่าผมของเด็กที่ติดมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ไม่สะอาดนัก และเป็นผมที่บอบบางหลุดร่วงง่าย จึงโกนทิ้ง ซึ่งในสมัยก่อนไม่มีแชมพูสระทำความสะอาดผม หรือน้ำอุ่นอาบน้ำลูก การโกนผมทิ้งจึงมุ่งประโยชน์ไปที่เรื่องของความสะอาดเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันหลายครอบครัวก็ยังนิยมทำ เพราะคิดว่าจะทำให้เส้นผมที่ขึ้นใหม่ดกดำขึ้น ซึ่งไม่มีผลเสียแต่อย่างใด

    ข้อควรระวัง การโกนผมไฟเด็กจะต้องระมัดระวังอย่างมาก ควรให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญโกนผมให้

    2.ดอกอัญชัน กานพลู น้ำนมแม่ หรือขี้เทาของเด็กทาผมทาคิ้วให้ดกดำ

    เชื่อว่า นำดอกอัญชันมาบดแล้วทาผมทาคิ้วให้เด็กแรกเกิดหรือกานพลูมาจุ่มขี้เทา หรือใช้น้ำนมแม่ทาจะทำให้คิ้วดกดำเรียงตัวสวย

    คุณหมอบอก มีเฉพาะดอกอัญชันที่มีสารกลุ่มแอนโธไซยานินที่มีคำกล่าวอ้างว่าหากนำมาหมักผมจะช่วยกระตุ้นหนักศีรษะทำให้ผมดกดำขึ้น ส่วนกานพลู น้ำนมแม่หรือขี้เทาของเด็กยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าช่วยได้แต่อย่างใด

    ข้อควรระวัง อาจก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้กับผิวที่บอบบางของลูกน้อย

    3.น้ำนมแม่รักษาตาแดง

    เชื่อว่า เมื่อลูกเป็นตาแดงให้ใช้น้ำนมแม่หยอดตาสามารถรักษาให้หายได้

    คุณหมอบอก น้ำนมไม่สามารถฆ่าเชื้อโรค หรือรักษาอาการตาแดงได้ เพราะในน้ำนมแม่นั้นมีเชื้ออยู่ ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ฝ่ายดีที่ป้องกันการท้องเสียให้กับลูกน้อย ซึ่งถ้านำมาหยอดตาอาจเกิดการอักเสบติดเชื้อ ไม่แนะนำให้ทำเด็ดขาด

    4.ท้องเสียบ่อยเพราะเด็กกำลังยืดตัว

    เชื่อว่า อาการท้องเสียของเด็กวัย 4-6 เดือนคือ "โรคยืดตัว"

    คุณหมอบอก สำหรับอาการท้องเสียในเด็กเล็กอายุ 4-6 เดือนขึ้นไป มักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค เพราะเด็กในวัยนี้มีความสนใจหยิบจับสิ่งต่างๆ เข้าปากหรือชอบดูดนิ้วมือ เนื่องจากเป็นในช่วงที่เด็กมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อและมีการเจริญโตเป็นปกติอยู่แล้ว

    ข้อควรระวัง หากคิดว่าเป็นอาการปกติของเด็กวัยนี้ ก็อาจจะทำให้เกิดความชะล่าใจ ส่งผลให้การรักษาล่าช้าออกไป

    5.บิดเรียกเนื้อ

    เชื่อว่า เด็กที่บิดขี้เกียจอยู่เรื่อย ๆ หรือบิดขี้เกียจบ่อย ๆ จะทำให้เด็กโตเร็วมีเนื้อเยอะขึ้น

    คุณหมอบอก อาการบิดตัวมากพร้อมกับร้องเสียงเอี๊ยดอ๊าดนั้นเป็นอาการปกติของเด็กวัยนี้ที่ยังไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ ก็อาจใช้อาการนี้สังเกตเด็กกลุ่มที่อ้วนมาก น้ำหนักขึ้นเร็วเกิน 35 กรัมต่อวันถึงการกินมากเกินไป ชาวบ้านจึงเรียกว่า บิดเรียกเนื้อ

    วิธีแก้ไข คืออย่าให้กินเยอะเกินไป ถ้าเห็นพุงลูกใหญ่แล้ว ให้เบี่ยงเบนความสนใจลูก เล่นกับลูก หรืออุ้มเดิน

    6.น้ำปัสสาวะกวาดลิ้น

    เชื่อว่า ใช้ผ้าอ้อมรองรับน้ำปัสสาวะของลูก แล้วนำไปกวาดลิ้นลูกกันลิ้นเป็นฝ้า

    คุณหมอบอก เป็นเรื่องของการดูแลความสะอาดในช่องปากของเด็ก สมัยก่อนน้ำปัสสาวะเป็นของสะอาดที่สามารถหาได้ง่าย ปัสสาวะของเด็กไม่มีเชื้อโรคจึงไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่ในปัจจุบันเรามีน้ำสะอาด คือน้ำต้มสุก จึงควรใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้วมากกว่า

    ข้อควรระวัง หากปัสสาวะติดเชื้อ จะเป็นการนำเอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูกน้อย

    7.นอนคว่ำจะหัวทุย

    เชื่อว่า ให้เด็กทารกนอนคว่ำจะนอนสบายและหัวทุยกว่านอนหงาย

    คุณหมอบอก เด็กแต่ละคนมีท่านอนที่ชอบไม่เหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่สังเกตลูกว่าการนอนในท่าไหนที่ลูกหลับสนิทและหลับได้นานส่วนการนอนคว่ำให้หัวทุยนั้น แนะนำว่าขณะที่ลูกน้อยนอนหงายเวลาหลับคุณพ่อคุณแม่อาจต้องคอยช่วยจับศีรษะลูก สลับด้านที่นอนกดทับพลิกไปมาเป็นระยะๆ สลับกันไป และต้องคอยจับลูกนอนคว่ำหน้าในขณะตื่นจะปลอดภัยว่า

    ข้อควรระวัง การที่นอนคว่ำเสี่ยงต่อการหน้าจม ถ้าไม่มีคนอยู่เฝ้าเด็กไม่แนะนำเรื่องการนอนคว่ำ





    ...

    ตอบลบ
  2. ... ต่อ ...



    8.กวาดคอเด็ก

    เชื่อว่า เด็กไม่สบาย ไอค๊อกแค๊ก ไม่กินข้าว ตัวร้อนต้องกวาดยา เพื่อลดทรางในลำคอ

    คุณหมอบอก การกวาดยา คือ การเอายาป้ายในลำคอโดยใช้นิ้วมือเป็นการรักษาแบบแผนโบราณ การกวาดคอจะใช้สมุนไพรไทยรักษาอาการ เช่น หวัดธรรมดา อาการไอ เจ็บคอ ลิ้นเป็นฝ้า เป็นไข้ เบื่ออาหาร ร้อนใน เป็นต้น ซึ่งต้องเป็นตำรับยาที่ใช้กับเด็กที่ทางกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ใช้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี แนะนำว่าให้ไปโรงพยาบาลเพื่อไปพบคุณหมอร่วมด้วย เพื่อการรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น

    ข้อควรระวัง ต้องศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนั้นๆ และที่มาของการผลิตยา รวมทั้งอาการของโรคและระดับความรุนแรงของโรค รวมทั้งบุคคลที่ทำการกวาดยาก็ต้องระวังเกี่ยวกับความสะอาด เล็บต้องตัดสั้น หรือมมีแผลบริเวณนิ้ว

    9.ยกลูกแก้เคล็ด

    เชื่อว่า เด็กป่วยบ่อยหรือเลี้ยงยาก ต้องยกให้เป็นลูกคนอื่นแล้วจะหาย

    คุณหมอบอก การยกลูกให้คนที่มีจิตใจดีงาม และเคยเลี้ยงเด็กแล้ว เด็กเลี้ยงง่าย ร่าเริง สุขภาพร่างกายแข็งแรง เคล็ดนี้ทำกันแค่เป็นพิธี เท่านั้น ซึ่งเป็นการช่วยในเรื่องทางจิตใจของผู้เลี้ยงเอง ไม่เกี่ยวกับสุขภาพแต่อย่างใด

    10.ห้ามตัดเล็บเด็กก่อน 1 เดือน

    เชื่อว่า ห้ามตัดเล็บเด็กทารกจนกว่าจะอายุครบ 1 เดือน เพราะจะทำให้เด็กป่วยง่าย

    คุณหมอบอก จริง ๆ แล้ว คือเรื่องความปลอดภัย ในสมัยก่อนไม่มีอุปกรณ์ตัดเล็บสำหรับเด็ก เสี่ยงต่อการพลาดไป โดนเนื้อบาง ๆ ของลูกเข้า การตัดเล็บเด็กนั้นสามารถตัดได้ตั้งแต่แรกเกิด หากเลือกใช้กรรไกรตัดเล็บสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากความคมน้อยกว่าแล้ว ยังเหมาะกับนิ้วน้อย ๆ ของลูกด้วย

    11.แดดเช้าแก้ตัวเหลือง

    เชื่อว่า เด็กตัวเหลืองต้องอุ้มออกมาตากแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าแล้วจะหาย

    คุณหมอบอก เด็กทารกส่วนใหญ่จะมีอาการตัวเหลืองเล็กน้อยเมื่ออายุ 3-4 วัน และจะหายภายในอายุ 5-7 วัน ซึ่งความเชื่อเรื่องแสงแดดตามธรรมชาติ ช่วยลดเหลืองในเด็กนั้นช่วยได้น้อยมาก เพราะว่าแสงแดดมีความยาวคลื่นที่มีทั้งสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ซึ่งแสงที่จะช่วยเรื่องตัวเหลืองนั้น คือแสงสีน้ำเงินเท่านั้น ถ้าลูกตัวเหลืองผิดปกติควรนำลูกมาเข้ารับการตรวจกับคุณหมอเพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาให้ทันท่วงที

    12.ห้ามตากผ้าอ้อมตอนกลางคืน

    เชื่อว่า ถ้าซักหรือตากผ้าอ้อมไว้จนถึงกลางคืน เชื่อว่านกเค้าแมวและผีจะมาเลียเอาขวัญของเด็กที่ติดและผูกพันอยู่กับผ้าอ้อม

    คุณหมอบอก เป็นเรื่องของการตากผ้าไม่แห้งหรือโดนน้ำค้าง จะทำให้ผ้าอับชื้นและอาจมีเชื้อโรคเกิดขึ้น ควรซักและตากผ้าในเวลากลางวันป้องกันผ้ามีกลิ่นเหม็นอับและป้องกันเชื้อรา

    13.น้ำลายบูดช่วยสะดือลูกหลุด

    เชื่อว่า ให้แม่บ้วนน้ำลายเน่า (ตอนเช้าก่อนแปรงฟัน) ใส่สะดือลูกจะทำให้สะดือหลุดเร็ว

    คุณหมอบอก สมัยก่อนจะคิดว่าสะดือลูกไม่ค่อยหลุด จึงอาศัยแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลายแม่ ทำให้สายสะดือหลุดง่าย แต่การบ้วนน้ำลายใส่สะดือเด็กนั้น อาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ เป็นข้อที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

    14.ดัดขาลูกหลังอาบน้ำ

    เชื่อว่า ดัดขาให้ลูกหลังจากอาบน้ำ ขาจะสวยตรงเมื่อโตขึ้น

    คุณหมอบอก การดัดหรือยืดขาของลูกเบา ๆ จะช่วยให้ลูกได้ยืดเส้นยืดสายบ้างเท่านั้น ไม่ใช่การดัดเพื่อเปลี่ยนรูปกระดูก เพราะการดัดประเดี๋ยวประด๋าวนั้น ไม่อาจช่วยให้รูปกระดูกเปลี่ยนแปลงได้

    ข้อควรระวัง อาจจะเกิดการบาดเจ็บและเกิดการโค้งงอหรือการผิดรูปของกระดูกได้หากทำรุนแรง

    15.ใส่กำไลข้อเท้าให้ลูกแข็งแรง

    เชื่อว่า ให้เด็กใส่กำไลข้อเท้าหรือกระพรวนนั้นจะเกิดโชคลาภวาสนากับเด็กและครอบครัว

    คุณหมอบอก ประโยชน์จริง ๆ ของการใส่กำไลหรือกระพรวนนั้น คือ การบอกว่าเด็กหลับอยู่หรือตื่นขึ้น หรือการบอกตำแหน่งของเด็ก เมื่อเด็กเคลื่อนที่ก็จะเกิดเสียงให้คุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกอยู่ตรงไหน

    ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุมีค่า เช่น ทองคำ เพราะอาจล่อตาล่อใจโจร และต้องคอยเปลี่ยนขนาดตามข้อเท้าเด็ก เพื่อไม่ให้เกิดการรัดข้อเท้าจนเกิดการบาดเจ็บ




    Mother & Care



    .

    ตอบลบ