Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คำแนะนำในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย (1)


คำแนะนำในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย (1)






คำแนะนำในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย




จากแนวทางประกอบการพิจารณาในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ซึ่ง รมว.มท.ได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2552ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยไว้ ดังนี้

1. บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ

2. มีความประพฤติดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (พิมพ์ลายมือส่งตรวจสอบ) พฤติการณ์ทางการเมือง ยาเสพติด พฤติการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ และหมายจับต่างประเทศ

3. มีอาชีพเป็นหลักฐาน โดยจะต้องมีหนังสือรับรองการประกอบอาชีพจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด และต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ ที่กำหนดดังนี้

      3.1 กรณีไม่มีความเกี่ยวพันหรือสัมพันธ์กับประเทศไทย จะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 80,000.-บาท / เดือน โดยแสดงหนังสือรับรองเงินเดือน / รายได้เป็นหลักฐาน และแสดงหลักฐานการเสียภาษีมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีก่อนปีที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ตั้งแต่ 100,000.-บาทขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 3 ปี และต้องมีหนังสือรับรอง เงินเดือน / รายได้ มาแสดงประกอบด้วย

     3.2 กรณีมีความเกี่ยวกันหรือสัมพันธ์กับประเทศไทย เช่นสมรสกับ บุคคลผู้มีสัญชาติไทย หรือมีบุตรเป็นบุคคลสัญชาติไทย หรือจบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากสถาบัน การศึกษาในประเทศไทยจะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 40,000 บาท / เดือน โดยแสดงหนังสือรับรองเงินเดือน / รายได้เป็นหลักฐาน และแสดงหลักฐานการเสียภาษี มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ตั้งแต่ 50,000.-บาทขึ้นไปไม่น้อยกว่า 3 ปี และต้องมีหนังสือรับรองเงินเดือน / รายได้มาแสดงประกอบด้วย

4. เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยแสดงหลักฐานใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหลักฐาน ทางทะเบียนราษฎร (ทร.14) ที่แสดงยืนยันได้ว่ามีภูมิลำเนาต่อเนื่องในประเทศไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

5. มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเรื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยนับจากการได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหลักฐานทางทะเบียนราษฎร (ทร.14) ที่แสดงยืนยันได้ว่ามีภูมิลำเนาต่อเนื่องในประเทศเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

6. มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยพูดและฟังภาษาไทยเข้าใจได้ และจะต้องร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมีได้ พร้อมนี้ทั้งต้องผ่าน การสัมภาษณ์ดังนี้

     6.1 กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ผ่านการสัมภาษณ์จากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย การขอถือสัญชาติไทยตามสามีและการ ขอกลับคืนสัญชาติไทย

     6.2 กรณีผู้ยื่นคำขอฯ มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด ให้ผ่านการ
สัมภาษณ์จากคณะทำงานระดับจังหวัด ตามคำสั่งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย การขอ ถือสัญชาติเป็นไทยตามสามีและการขอกลับคืนสัญชาติไทย ที่ 1/2552 ลงวันที่ 17 ธ.ค2552

7. ผู้ยื่นคำขอ ฯ จะต้องแสดงเอกสารที่ยื่นต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศที่ตนมีสัญชาติ และตั้งอยู่ในประเทศไทย อันเป็นการแสดงเจตนาของผู้ประสงค์จะขอ แปลงสัญชาติเป็นไทย ที่จะสละสัญชาติเดิมเมื่อได้รับอนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยแล้ว

8. ผู้ยื่นคำขอ ฯ จะต้องผ่านเกณฑ์การให้คะแนนตามผนวก ก รวมกันไม่ต่ำกว่า 50 คะแนน จึงจะได้รับการพิจารณา

 



หลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย



1. สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว 5 ชุด (ทุกหน้าที่มีการบันทึกรายการ)
2. สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ 5 ชุด (ทุกหน้าที่มีการบันทึกรายการ)
3. สำเนาใบอนุญาตทำงาน 2 ชุด (ทุกหน้าที่มีการบันทึกรายการ)
4. รูปถ่ายของผู้ยื่นคำขอ ฯ ขนาด 2x2 นิ้วครึ่ง จำนวน 12 รูป และของคู่สมรส จำนวน 3 รูป (ชายใส่สูทผูกไท หรือชุดพระราชทาน หญิงแต่งกายสุภาพ)
5. สำเนาทะเบียนบ้านทั้งครอบครัว 5 ชุด (ผู้ยื่น , สามีหรือภรรยา และบุตร ถ้ามี)
6. สำเนาทะเบียนสมรส 2 ชุด (ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศให้แปลเป็นภาษาไทย)
7. หลักฐานการฝากเงินธนาคาร หรือหนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร (ไม่ควรน้อยกว่า 80,000.-บาท)
8. หลักฐานการบริจาคการกุศลสาธารณะประโยชน์ (ไม่ควรน้อยกว่า 5,000.-บาท) และจะต้องบริจาคมานานแล้ว ไม่ใช่บริจาคเพื่อมายื่นขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
9. หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้ยื่นคำขอย้อนหลัง 3 ปี โดยมีเจ้าหน้าที่สรรพกรรับรอง
10. หลักฐานของบริษัท ห้างร้านที่ผู้ยื่นคำขอทำงานอยู่ เช่น ทะเบียนการค้า ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองการจดทะเบียนบัญชีผู้ถือหุ้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.20) และอื่น ๆ (ถ่ายเอกสาร 1 ชุด)
11. ภาษีนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ย้อนหลัง 1 ปี กรณีผู้ยื่นคำขอมีหุ้นอยู่ในบริษัท หรือห้างร้าน
12. หนังสือรับรองการทำงานระบุตำแหน่งและอัตราเงินเดือน ออกโดยบริษัท หรือห้างร้านที่ผู้ยื่นคำขอทำงานและลงนามโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท พร้อมทั้งประทับตราเป็นสำคัญ
13. สำเนาสูติบัตร หรือบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญประจำตัวตนต่างด้าวของคู่สมรสและบุตรทุกคน หากมีการเปลี่ยนชื่อ – สกุล ให้ถ่ายเอกสารมาประกอบด้วย จำนวน 2 ชุด
14. หลักฐานการศึกษาของผู้ยื่นคำขอและบุตรทุกคน
15. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของพยานผู้รับรองความประพฤติ 2 ชุด (พยานผู้รับรองความประพฤติ 2 คน)
16. หนังสือรับรองบรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายของประเทศเดิมที่ผู้ยื่นคำขอมีสัญชาติอยู่
17. หนังสือรับรองของผู้ยื่นคำขอ ฯ ที่แสดงเจตนาจะสละสัญชาติเดิมจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศที่ตนมีสัญชาติและตั้งอยู่ในประเทศไทย เมื่อได้รับอนุญาต ให้แปลงสัญชาติเป็นไทย
18. สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด (ทุกหน้าที่มีการบันทึกรายการ)

ในวันที่มายื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ต้องนำเอกสารฉบับจริงมาแสดงด้วย โดยผู้ยื่นคำขอจะต้องมายื่นคำขอและจะต้องเตรียมเงินค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอฯ มาชำระด้วย จำนวน 5,000.- บาท โดยยื่นคำขอได้ที่งานฝ่ายกฎหมายและวินัยกองบังคับการอำนวยการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล อาคาร 24 ชั้น 1 ถนนพระราม กรุงเทพฯ หากมีปัญหาหรือข้อขัดข้อง ติดต่อและสอบถามได้ที่ โทร 0-2252-1714,0-2252-2708,0-220.....
คำเตือน โปรดอย่าหลงเชื่อ บุคคลผู้แอบอ้างว่าจะช่วยเหลือ หรือช่วยดำเนินการใดๆ ให้ทำสัญชาติเป็นไทยได้โดยเร็ว และเรียกรับเงินนอกเหนือจากที่ทางราชการกำหนด หากพบเห็นโปรด..กฎหมายและวินัย กองบังคับการอำนวย กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป





การขอถือสัญชาติไทยตามสามี
 

หญิงต่างชาติซึ่งได้จดทะเบียนสมรสกับสามีซึ่งเป็นคนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (กฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศก็ได้) หากต้องการมีสัญชาติไทยตามสามี มีเงื่อนไข ดังนี้
1. จดทะเบียนสมรสกับสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (หากจดทะเบียนสมรสกับสามีตามกฎหมายต่างประเทศจะต้องไปจดทะเบียนรับรองฐานะแห่งครอบครัว ณ สำนักทะเบียนเขตหรืออำเภอก่อน)
2. หากยื่นคำขอเข้าถือสัญชาติไทยตามสามีในประเทศไทย ต้องเดินทางเข้ามาในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (มีหนังสือเดินทาง,ใบต่างด้าวหรือบัตรชนกลุ่มน้อย)
3. มีชื่อในทะเบียนบ้าน (ทร.13 หรือ ทร.14)
4. สามีต้องประกอบอาชีพมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน หากเป็นข้าราชการสามีต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน





หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องและนำมาแสดง

หลักฐานสำเนาใบสำคัญการสมรส (แบบ คร.3)



    * สำเนาทะเบียนการสมรส (แบบ คร.2 หรือ คร. 4) (หากจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายต่างประเทศต้องจดทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวแล้วานำหลักฐานทะเบียนสมรสต่างประเทศและทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวมาแสดง)
    * กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นหญิงต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยชั่วคราวให้ถ่ายภาพ หนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางทุกหน้าที่มีอักษร หรือตามประทับไว้ (ให้ผู้ขอเอาชื่อเข้าทะเบียนบ้านชั่วคราว และนำสำเนาทะเบียนบ้านชั่วคราว (ทร.13) ดังกล่าวมาแสดง)
    * กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นหญิงต่างด้าวมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้วให้ยื่นให้ถ่ายภาพใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหน้า 1 ถึงหน้า 6 และ ช่องรายการต่ออายุใบสำคัญฯ ครั้งสุดท้าย และสำเนาทะเบียนบ้าน (ทร.14)
    * รูปถ่ายของผู้มาขอฯ กับสามี ขนาด 2 นิ้ว จำนวนคนละ 12 ภาพ
    * เอกสารลำเนาสูติบัตรการเกิดของบุตรทุกคน พร้อมรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว คนละ 2 ภาพ
    * ถ้าสามีรับราชการ ให้นำหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่าปัจจุบันยังคงรับราชการในตำแหน่ง สังกัดมาแสดง
    * หนังสือรับรองการทำงาน ระบุตำแหน่ง หน้าที่การงาน และอัตราเงินเดือน
    * ใบเสร็จรับเงินเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลปีที่ผ่านมา (แบบ เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ 91)
    * ให้นำเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าสามีเป็นบุคคลสัญชาติไทยมาแสดงดังนี้
    * สำเนาสูติบัตรการเกิด หรือทะเบียนคนเกิด หรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด
    * ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการองค์การรัฐวิสาหกิจแล้วแต่กรณี ให้ถ่ายทั้งสองด้านอย่างชัดเจน
     * สำเนาใบสำคัญทหารกองหนุน หรือกองเกิน (แบบสด.1, สด. 8, สด.9 หรือ สด.43
    * สำเนาทะเบียนบ้านปัจจุบัน (ให้ถ่ายอย่างชัดเจนทุกหน้า)
    * ภาพถ่ายหนังสือเดินทางของสามี (ถ่ายทุกหน้าที่มีตราประทับ)
    * สำเนาหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว , ชื่อสกุล (หากมี)
    * ในกรณีที่บิดามารดาของสามีเป็นคนต่างด้าว ให้ถ่ายภาพใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดามารดา หน้า 1 ถึงหน้า 6 และหน้า ต่ออายุครั้งสุดท้ายมาแสดง
    * บิดามารดาของสามีผู้ขอเป็นบุคคลสัญชาติไทย ให้ถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหน้า – หลัง บิดามารดาสามีผู้ขอถึงแก่กรรม ให้ถ่ายใบมรณะบัตร
 
 

วิธีการยื่นคำขอเข้าถือสัญชาติไทยตามสามี
 

1. ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อผู้บังคับการกองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาตร เป็นผู้ดำเนินการ
2. ผู้มีชื่อในทะเบียนซึ่งอยู่ในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัด) ซึ่งผู้ร้องฯ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
3. ผู้อยู่ในต่างประเทศให้ยื่นคำขอเข้าถือสัญชาติไทยต่อพนักงานทูต ในประเทศนั้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่หลายเลข 0-2252-5961

 









ที่มา ::    http://www.kittilaw.com/thai/change_nation.htm



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น