Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

5 ยุทธวิธีรับมืออาการแพ้ท้อง

5 ยุทธวิธีรับมืออาการแพ้ท้อง
ตั้งครรภ์

 
 
5 ยุทธวิธีรับมืออาการแพ้ท้อง (Mother&Care)
 

         
 
อาการแพ้ท้องของหญิงตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่ธรรมชาติจัดสรรค่ะ เพราะเป็นอาการที่เกิดขึ้นและหายไปเอง แต่ก็คงไม่มีใครอยากเจอะเจอ ถึงแม้บางคนจะยอมรับได้ก็ตามว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากคุณแม่ตั้งรับได้ อาการแพ้ท้องอาจทุเลาลงบ้าง จริงไหมคะ




สาเหตุอาการแพ้ท้อง
 
อาการแพ้ท้องของหญิงตั้งครรภ์ มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นค่ะ เท่าที่ฟันธงได้ คือการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เอสโตรเจน (HCG: Human Chorionic Gonadotropin) ที่มีการเพิ่มมากขึ้น, ประสาทการรับกลิ่นต่าง ๆ มีความไวในระยะที่ตั้งครรภ์ระดับความวิตกกังวล ความเครียด หรือการขาดวิตามินบี 6 ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดอาการ เป็นต้นเหตุทำให้คุณแม่เกิดอาการแพ้ท้อง
 
 
อาการแพ้ของแม่ท้อง
 
มักเกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก (อาจมากกว่านั้นก็เป็นได้) ทว่า หลังช่วงเวลาดังกล่าว อาการจะเริ่มลดลงและหายไปเอง มารู้จักอาการแพ้ท้องที่ว่ากันค่ะ

         
คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ร่างกายอ่อนเพลีย และมีน้ำลายมากกว่าปกติ

         
รู้สึกเบื่ออาหารไม่ชอบอาหารบางประเภท (ทั้งที่ก่อนตั้งครรภ์ชื่นชอบ)

         
ฮอร์โมน HCG เพิ่มมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งทำให้คุณแม่มีอาการแพ้มากกว่าปกติ

         
โดยเฉพาะคุณแม่ที่อ่อนไหวง่าย มีความกังวลมาก ๆ ก็ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ท้อง




อาการแพ้ท้องกับสุขภาพลูก

         
ช่วงที่ลูกน้อยยังเป็นตัวอ่อน เป็นช่วงที่ยังไม่ได้พึ่งพาอาหารจากแม่เท่าไหร่นัก ยังคงใช้อาหารที่สะสมอยู่ในตัวเอง จากนั้นจะเริ่มใช้พลังงาน ดึงสารอาหารจากแม่ในช่วงปลายเดือนที่ 3 ดังนั้น อาการแพ้ท้องจึงไม่ส่งผลต่อสุขภาพการเติบโตของลูกน้อย หากคุณแม่กินอาหารและดื่มน้ำได้เป็นปกติ

 
เรื่องที่ควรสังเกตคือ หากคุณแม่ไม่สามารถกินอาหารหรือดื่มน้ำได้เลย น้ำหนักตัวลดลง ควรรีบปรึกษาคุณหมอ เพราะไม่ควรหาซื้อยาแก้แพ้หรือกินวิตามิน เพื่อบำรุงหรือชดเชยสารอาหารที่ขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณและลูกน้อยค่ะ
 
 

5 ยุทธวิธีรับมืออาการแพ้ท้อง

         
1.กินอาหารอ่อน ๆ ที่ช่วยให้ย่อยง่าย เช่น บิสกิต ขนมปังกรอบ ซุป นม หรือน้ำผลไม้ ครั้งละน้อย ๆ พออิ่ม

         
 
2.ควรกินอาหารบ่อยมื้อ ครั้งละน้อย ๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกหิวหรือท้องว่างมากเกินไป

 
3.ระยะนี้ร่างกายคุณแม่จะสูญเสียน้ำได้มาก ทำให้อาเจียนมากกว่าปกติ การดื่มน้ำมาก ๆ หรือน้ำขิงอุ่น ๆ สักแก้ว จะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนค่ะ

         
4.การเลี่ยงกลิ่นหรือรสอาหารที่คุณแม่ไม่ชอบหรือมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ก็เป็นวิธีที่ช่วยได้

 
5.สิ่งสำคัญคือ ควรพักผ่อนร่างกายให้มากขึ้น และพยายามลดความวิตกกังวล ความเครียด
 

อีกวิธีหนึ่งก็คือ การพูดคุย ปรึกษา รวมถึงการได้รับความเอาใจใส่จากคนใกล้ชิด คนรู้ใจของคุณแม่ เพราะมีส่วนช่วยไม่น้อยในการเป็นกำลังใจ ให้คุณแม่สามารถรับมือกับอาการแพ้ท้องไปได้อย่างราบรื่นค่ะ
 
 
 
 
ที่มา :: Vol.8 No.93 กันยายน 2555





 

Č

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น