Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เมื่อลูกเป็น ตากุ้งยิง

เมื่อลูกเป็น ตากุ้งยิง
 
 
 
 
ตากุ้งยิง

 
 
เมื่อลูกเป็น ตากุ้งยิง (Mother&Care)

สมัยเด็ก ๆ เราจะได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าใครเป็นตากุ้งยิงแสดงว่าคนนั้นไปแอบดูใครอาบน้ำมา นับเป็นเรื่องล้อกันขำ ๆ แต่คนที่เป็นคงไม่ขำด้วย เพราะมีอาการเจ็บร่วมด้วย ตากุ้งยิงไม่ได้เป็นเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น เด็ก ๆ ก็เป็นได้ และยังสามารถเกิดซ้ำได้ง่าย ๆ อีกด้วย ฉบับนี้เรามาทำความรู้จักตากุ้งยิงกันดีกว่า


 
 
ตากุ้งยิง เกิดขึ้นได้อย่างไร         
 
ตากุ้งยิง เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณใต้เปลือกตา เพราะบริเวณนี้มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมาก ซึ่งการอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (บางคนอาจมีการอุดตันของต่อมใต้เปลือกตามาก่อน แล้วเกิดการติดเชื้อ) ทำให้มีอาการบวม เป็นก้อนที่เปลือกตา เจ็บ ปล่อยทิ้งไว้ก็จะเป็นหนอง และหนองนั้นจะแตกเองได้ ซึ่งเชื้อที่ติดนั้น คือ เชื้อสแตพไฟโลคอคคัส

เด็กที่เป็นตากุ้งยิงบ่อย ๆ เพราะยังรักษาความสะอาดของตัวเองไม่ดีพอ และเป็นวัยที่ชอบเล่นซน มืออาจจะเปื้อนฝุ่น แล้วนำมือไปขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้เปลือกตาเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ง่าย ๆ



ทำไมเป็นแล้วเป็นอีก
 
หลายคนเมื่อเป็นตากุ้งยิงครั้งหนึ่งแล้ว ไม่นานมักจะเป็นซ้ำ นั่นเป็นเพราะมีหนองหลงเหลืออยู่ และรักษาความสะอาดไม่ดีพอก็ทำให้เกิดตากุ้งยิงซ้ำได้บ่อย ๆ ตากุ้งยิงไม่ใช่โรคที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างไร แต่สร้างความรำคาญ และเจ็บบริเวณที่เป็น

 

ตากุ้งยิง มี 2 ชนิด
 

1. ชนิดมีหัว จะเห็นหัวฝีผุดมาให้เห็นชัดเจน บริเวณขอบตา โดยรอบ ๆ ตุ่มจะนูนแดง เมื่อกดจะเจ็บ

2. ชนิดหัวหลบใน คือ หัวฝีหลบอยู่ด้านในเปลือกตา ผู้ที่เป็นจะรู้สึกปวดที่เปลือกตา เมื่อคลำดูจะเป็นตุ่มแข็ง และเจ็บ
 
 
การดูแลโดยรวม
รักษาความสะอาด โดยไม่สัมผัส หรือขยี้บริเวณตา

ทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำสะอาด และใช้ผ้าเช็ดหน้าที่สะอาด

หลีกเลี่ยงในที่ฝุ่นเยอะ เลี่ยงการนั่งรถมอเตอร์ไซค์ หรือที่ที่ถูกลมโกรก

อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น

ล้างมือบ่อย ๆ
 

รักษาแบบไหน

ระยะเริ่มเป็น

ในช่วงแรก ที่เปลือกตาเพิ่งอักเสบ จะมีลักษณะมีตุ่มแดง เป็นเม็ดแข็ง ยังไม่มีหนอง ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นแล้วประคบไว้บริเวณนั้นประมาณ 15 นาที วันละ 3-4 ครั้ง จะช่วยลดอาการบวม เจ็บ และช่วยให้ต่อมไขมันใต้เปลือกตาไม่อุดตัน อาการมักดีขึ้นภายใน 3-4 วัน
 
ระยะมีหนอง

บางรายที่ไม่หายจะมีหนองอยู่ในตุ่มที่บวมขึ้นมา ไม่ควรบีบหนองออกเอง เพราะอาจทำให้ติดเชื้อและมีอาการอักเสบมากขึ้น แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์กรีดหนองออกให้ ถ้าเป็นตุ่มไม่ใหญ่ บางครั้งหนองจะแตกออกมาเอง ก็ต้องหมั่นรักษาความสะอาด โดยการใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ด

เมื่อไปพบคุณหมอ บางครั้งคุณหมอจะจัดยาซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะสำหรับหยอดหรือป้ายตา
 
ที่มา ::
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น