Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มาหย่าขวดนมกันเถอะ

มาหย่าขวดนมกันเถอะ
ขวดนม

มาหย่าขวดนมกันเถอะ (M&C แม่และเด็ก)

เห็นหลานที่บ้านใกล้จะเข้า ป.1 แล้วยังหม่ำนมจากขวดพร้อมกับเอาผ้าอ้อมผืนโปรดเขี่ยจมูกไปมาก่อนนอนทุกครั้งอยู่เลย ดูน่ารักไปอีกแบบค่ะ แต่พออ้าปากออกแล้ว ต้องร้องยี้แทบไม่ทัน เพราะฟันผุเต็มปากเลย ซึ่งในปัจจุบัน อายุเฉลี่ยเด็กไทยดูเหมือนว่า จะเลิกกินนมจากขวดช้าขึ้นเรื่อย ๆ และถ้ายิ่งเลิกช้า ก็มีปัญหาตามมาให้กังวลใจอยู่พอสมควร
เริ่มได้ตั้งแต่ 9 เดือน

เรื่องการหย่านมขวดสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ ก็คล้าย ๆ กับห้ามคุณแม่เสพซีรีส์เกาหลีหรือเสพข่าวกอสซิปบันเทิงเลยทีเดียว อิ อิ ลูกน้อยที่หม่ำนมขวดสามารถเริ่มหัดให้เลิกแบบชิว ๆ ได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือน โดยเปลี่ยนจากนมขวดที่หม่ำหลังมื้ออาหารมาเป็นใส่ถ้วยแทน จะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการฝึกลูกค่ะ แต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งอายุ 12 เดือน ลูกน้อยก็จะสามารถเลิกนมขวดได้ เพราะเป็นวัยที่นมขวดไม่ใช่อาหารหลักสำคัญสำหรับหนู ๆ อีกต่อไปแล้ว
ดื่มนมบนที่นอนระวังป่วยบ่อย

ไม่ควรให้ลูกดื่มนมบนเตียงเวลานอน เพราะจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการฟันผุ ซึ่งพบได้บ่อย ๆ ในเด็ก รวมทั้งอาการหูชั้นกลางอักเสบอีกด้วยค่ะ เพราะว่าการให้นมขวดในท่านอนศีรษะของลูกจะอยู่ต่ำกว่ากระเพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสำลักและอุดตันของท่อยูสเตเชี่ยนค่ะ และที่สำคัญ การดูดนมขวดก่อนเข้านอนนี้จะเป็นสิ่งที่เลิกยากที่สุด ถ้าลูกน้อยติดนิสัยต้องดูดนมคาปากถึงจะหลับได้
เริ่มต้นจากให้ดื่มน้ำเปล่า

ในสัปดาห์แรก ๆ มีข้อแนะนำให้คุณแม่เริ่มต้นการหย่านมขวดด้วยการให้ลูกดื่มน้ำเปล่าแทนนม หรือน้ำผลไม้ หลังจากนั้นค่อยเริ่มให้ลูกเข้านอนโดยไม่ต้องดูดน้ำจากขวด ถ้าลูกต่อต้านด้วยการร้องไห้ ทีนี้ล่ะ ให้คุณแม่สวมบทบาทเป็นนางเอกเลยค่ะ อยู่กับเขาขณะที่เข้านอน ด้วยการกอด ลูบหลังเล่านิทาน โดยไม่ต้องอุ้มขึ้นมาโอ๋ค่ะ แค่นี้เขาก็อบอุ่นใจพร้อมที่จะเรียนรู้ที่จะนอนหลับไปโดยไม่มีขวดนมแล้วค่ะ
ติดมาก ๆ ต้องอดทน

กรณีที่เจ้าหนูติดขวดนมเอามาก ๆ คุณแม่อาจเจอด่านสุดหฤโหดท้าท้ายจิตใจอยู่ 2-3 คืนแรก เพราะลูกน้อยจะร้องไห้บ้านแทบแตกแน่นอนค่ะ แต่หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ และจะเรียกหาขวดนมน้อยลง ซึ่งในระยะฝึกความอดทนนี้ คุณแม่ต้องพยายามปลอบใจตัวเองเยอะ ๆ ค่ะ เพราะเรากำลังพยายามช่วยให้ลูกเลิกนิสัยที่ไม่ดี เพราะลูกยิ่งโตยิ่งเลิกยากขึ้นเท่านั้น นอกจากนั้นยังส่งผลเสียมากกว่าผลดีหลาย ๆ อย่างค่ะ
ที่มา :: ปีที่ 35 ฉบับที่ 484 มิถุนายน 2555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น