Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

10 พฤติกรรมที่แสดงว่าคุณเลี้ยงลูกผิดวิธี

10 พฤติกรรมที่แสดงว่าคุณเลี้ยงลูกผิดวิธี












         


คุณแม่ทุกคนต้องเคยประสบปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกมาอย่างแน่นอน เช่น ลูกไม่เชื่อฟังคำสั่งบ้างหล่ะ ลูกต้องให้คอยเตือนคอยบอกกันอยู่ตลอดเวลาบ้างหล่ะ ซึ่งที่ลูกเป็นแบบนี้ ก็ไม่ได้มาจากนิสัยพื้นฐานของเด็กตั้งแต่แรกหรอกนะคะ แต่นั่นมาจากการเลี้ยงดูของคุณต่างหาก ฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าคุณมีพฤติกรรมเลี้ยงลูกแบบผิด ๆ กันบ้างหรือเปล่า


1. แสดงพฤติกรรมไม่ดีให้ลูกเห็น

         

คุณอย่าลืมนะว่าตอนนี้คุณเป็นแม่คนแล้ว และตอนนี้ก็มีลูก ๆ ของคุณอาศัยอยู่ในบ้านด้วย ดังนั้นถ้าลูกของคุณมาเห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของคุณเข้า พวกเขาก็อาจจะเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ดีของคุณไปก็ได้ ฉะนั้นคุณควรระมัดระวังคำพูดและพฤติกรรมการแสดงออกของคุณให้มาก ไม่ว่าคุณจะอยู่ต่อหน้าลูก หรือลับหลังลูกของคุณก็ตาม


2. เข้มงวดกับลูกเกินไป

         

อะไรที่เกินไป ผลที่ตามมามักจะไม่ดีเสมอ และการเลี้ยงดูลูกก็เช่นกัน ถ้าหากคุณเข้มงวดกับลูกมากเกินไป ก็จะทำให้ลูกกลายเป็นขี้กลัว และไม่กล้าตัดสินใจอะไรเอง ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกของคุณกลายเป็นเด็กมีปัญหาเมื่อโตขึ้น ก็ลองปล่อยเขาให้ตัดสินใจ หรือทำอะไรด้วยตัวเองบ้างนะคะ


3. ปล่อยลูกมากเกินไป

         

ไม่ว่าลูกของคุณจะทำอะไร ทั้งที่คุณก็รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี คุณเองกลับไม่เคยสั่งสอน หรือบอกอะไรกับลูกของคุณเลย แต่ปล่อยให้เขาทำผิดไปเรื่อย ๆ แบบนั้น โดยคิดว่าสักวันลูกคงจะดีขึ้นเอง ซึ่งถ้าหากคุณคิดแบบนี้อยู่ล่ะก็ ลองกลับมาคิดใหม่อีกทีนะคะ เพราะว่าลูกของคุณยังไม่สามารถแยกแยะด้วยตัวเองได้ ฉะนั้นถ้าคุณอยากจะให้ลูกของคุณรู้จักแยกแยะสิ่งดีกับสิ่งไม่ดีล่ะก็ ก็ควรเริ่มสอนเขาซะตั้งแต่ตอนนี้เลย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้


4. พูดมากเกินไป 

         

คุณแม่อาจจะมีเหตุผลมากมายร้อยแปด เพื่ออธิบายให้ลูกคุณฟัง แต่คุณก็ควรทำความเข้าใจด้วยนะคะว่า ลูก ๆ ไม่ชอบฟังอะไรยาว ๆ และเข้าใจยากกันหรอก ฉะนั้นถ้าคุณอยากให้ลูกฟัง สิ่งที่คุณต้องการจะสอน ก็ควรหาคำพูดสั้น ๆ กระชับและเข้าใจง่าย เอาไว้อธิบายให้ลูกฟังดีกว่า


5. ลงโทษลูกหนักเกินไป

         

การลงโทษลูกเมื่อลูกทำผิดนั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่คุณควรลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดของเขาด้วย เช่น ถ้าเขาทำผิดเพราะเขาไม่รู้ ก็ควรตักเตือนกันเสียก่อน แต่ถ้าคุณบอกไปแล้ว แต่ลูกของคุณยังทำผิดอยู่ คุณก็สามารถลงโทษได้ตามความเหมาะสมค่ะ


6. เอาแต่สั่งอย่างเดียว

         

ไม่ว่าลูกของคุณจะทำอะไร คุณก็คอยสั่งลูกตลอดเวลา โดยที่คุณไม่อธิบายให้เขาฟังสักนิด ว่าสิ่งที่คุณสั่งให้เขาทำ ทำไมลูกต้องทำ ถ้าทำแล้วลูกจะได้ผลอะไรกลับมา เพราะถ้าคุณเอาแต่สั่งอย่างเดียว จะทำให้เด็กคิดเองไม่เป็น ต้องฟังคุณสั่งตลอดไป ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกเป็นหุ่นยนต์ ที่คุณต้องคอยป้อนคำสั่ง ก็ปล่อยให้ลูกคิดเอง ทำอะไรเองบ้างดีกว่าค่ะ


7. เก็บอารมณ์มาลงที่ลูก 

         

คุณอาจจะเครียดมาจากเรื่องงาน หรือเรื่องคู่ของคุณ แต่คุณก็ไม่ควรเก็บอารมณ์ต่าง ๆ มาลงที่ลูกของคุณนะ เพราะพวกเขาไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องการงานของคุณหรอก ฉะนั้นถ้ากลับบ้านมาแล้วเจอหน้าลูก ก็ทิ้งอารมณ์เหล่านั้นไปเสีย แล้วหันมายิ้มให้กับพวกเขาดีกว่านะ

8. ไม่สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูก     

         

แต่ละวัน คุณอาจจะต้องหัวเสียกับพฤติกรรมของลูก ๆ ของคุณบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่มันจะแปลกถ้าคุณทำตัวเมินเฉย หรือเฉยชาใส่ลูก โดยที่คุณไม่ยอมหันกลับไปพูดกับลูกให้ดี ๆ คุณรู้หรือเปล่าว่าการทำแบบนี้ มีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับลูกจะยิ่งแย่ลง และเมื่อนานเข้าปัญหานี้ก็ถูกสะสมไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกไม่สามารถกลับมาดีได้อีกเลย


9. ลงโทษลูกในที่สาธารณชน

         

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครชอบโดนต่อว่า หรือลงโทษในที่สาธารณะหรอกนะ ฉะนั้นถ้าลูกของคุณทำผิด คุณและลูกของคุณควรปลีกตัวออกมาเพื่อว่ากล่าวตักเตือนกันก่อนแล้วค่อยกลับเข้าไป แต่ถ้าในสถานการณ์นั้น คุณไม่สามารถจะปลีกตัวออกมาได้เลย ก็ให้กระซิบบอกลูกของคุณก่อนก็ได้ว่าลูกทำอะไรผิด แล้วเก็บไปลงโทษกันทีหลัง


10. ตัดสินลูกจากสิ่งที่เห็น

         

หากคุณเห็นลูกของคุณทำผิด คุณไม่ควรลงโทษเขาโดยทันที แต่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้อธิบายเหตุการณ์ก่อน แล้วคุณก็ลองพิจารณาดูว่าลูกของคุณผิดจริง ๆหรือไม่ ถ้าลูกของคุณเป็นฝ่ายผิดก็ค่อยลงโทษเขาตามที่คุณเห็นว่าเหมาะสม

         


แม่ทุกคนต่างก็รักลูกตัวเองกันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากจะเห็นลูกของตัวเองเจ็บตัวกันหรอกใช่ไหมคะ เพราะเห็นลูกเจ็บทีไรคนเป็นแม่ก็ปวดใจทุกที แต่บางครั้งถ้าคุณเห็นว่าลูกของคุณทำผิด คุณก็ต้องอดทนกลั้นใจลงโทษกันหน่อยนะคะ ถ้าอยากให้ลูกเติบโตเป็นคนดี และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข











ที่มา   ::         กระปุกดอทคอม


















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น