Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ประโยชน์จากโอเมก้า 3

ประโยชน์จากโอเมก้า 3
 
 
ประโยชน์จากโอเมก้า 3




ในปัจจุบันเวลาที่คุณแม่ออกไปเดินจับจ่ายซื้อของถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นคำว่าโฮเมก้า 3 อยู่มากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของอาหารแปรรูปหรือแคปซูลก็ตามแต่ ล้วนแต่โฆษณาให้เห็นถึงสรรพคุณข้อดีทั้งนั้น แล้วเจ้าโอเมก้า 3 นั้นดีจริงอย่างไร ตามมาดูกันดีกว่า


โอเมก้า-3 เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ดี ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพ และต้องได้จากอาหารที่รับประทาน เพราะร่างกายไม่สามารถผลิตโอเมก้า 3 ได้ โอเมก้า 3 มีอยู่ในอาหาร เช่น ปลาและพืช โดยที่ปลาสดและน้ำมันปลามีปริมาณโอเมก้า 3 สูงสุด


การจัดเมนูอาหารในแต่ละวันให้มีปลาเป็นส่วนประกอบหลักอยู่ด้วย ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอต่อร่างกาย แต่ทั้งนี้จะต้องกินให้ได้ในปริมาณวันละ 500 มิลิกรัม ซึ่งสามารถทำได้โดยการรับประทานปลาที่น้ำมันมากให้ได้สัปดาห์ละ 2-3 มื้อ ปลาที่เราสามารถหากินได้ง่ายสุดในทุกๆ วัน คือ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาสำลี ปลากะพง ปลาจาระเม็ด ปลาโอ ปลาไส้ตัน ปลาดอรี่ ปลาหิมะ ปลากระบอก และปลาทูสดที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป รวมถึงปลาน้ำจืด อย่าง ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาดุก ปลาทับทิม ปลานิล ปลากราย ปลาสลิล ปลาเนื้ออ่อน ฯลฯ ซึ่งปลาทุกชนิดสามารถนำมาทำเป็นปลานึ่ง ปลาย่าง ปลาเผา ปลาราดพริก ปลาทอด หรือจะทานสดแบบคนญี่ปุ่นก็ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องแน่ใจในเรื่องความสด และปลอดภัยจากสารปรอทด้วย จะให้ง่ายสุดหากอยากทานปลาสด ก็ให้หาทานได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปคะ เพราะเขาจะมีวิธีในการปรุงที่สด สะอาด ปลอดภัย นอกจากนี้โอเมก้า 3 ยังหาได้จากพืช เช่น ถั่ว ผักโขม ผักแขนง เมล็ดปอ สาหร่าย





ประโยชน์ที่ได้จากโอเมก้า 3



  • นักวิจัยออสเตรเลียพบว่า การบริโภคปลาที่มีโอเมก้า3 สูง เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอล จะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น

  • ผลวิจัยจากสหรัฐอเมริกาพบว่า กรดไขมันดีเอชเอ (DHA) ในโอเมก้า 3 มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะในส่วนของความจำและการเรียนรู้

  • Archives of General Psychiatry ได้รายงานการวิจัย เกี่ยวกับน้ำมันปลาว่าสามารถลดความเครียดในผู้ป่วยโรคประสาท ที่มักจะอาละวาด ทำให้มีอารมณ์ที่เยือกเย็นลงได้

  • การศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่า การขาดโอเมก้า3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อสมอง อาจเป็นสาเหตุทำให้คนมีอาการซึมเศร้า สมาธิสั้น และขาดความสามารถในการอ่านหนังสือได้

  • การบริโภคปลาอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจลงได้ นอกจากนั้น จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยโอเรกอนยังระบุว่า ในไขมันปลามีกรดไขมันอีพีเอ (EPA) ซึ่งเป็นกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 ยังช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด และลดระดับไตรกลีเซอไรด์ลงได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ของโรคหลอดเลือดหัวใจ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น