Learn with Prin เรียนรู้ไปพร้อมกับน้องปริญญ์ จำหน่าย CalD Gummy (แคลดี กัมมี่) วุ้นเจลาตินสำเร็จรูป ผสมแคลเซียม และวิตามินดี สนใจสอบถามได้ที่...โทร ☎️ :: 082-236-4928 Line ID : enjoylife4u

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์

การฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์
โภชนาการมีบทาทต่อการเจริญเติบโตของทารกอย่างมาก หากแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจะคลอดทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า ตัวสั้นกว่าทารกที่คลอดจากแม่ที่ได้รับอาหารเพียงพอ


การปฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์

ประเภทอาหารที่ต้องการ


1.โปรตีน มีความต้องการมากขึ้น เพื่อใช้ในการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ของแม่และทารก ต้องการสูงสุดในระยะที่ 3-4 เดือนก่อนคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสมองจะเติบโตเร็วที่สุด อาหารที่มีโปรตีนสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว เป็นต้น

2.สารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ไม่ควรรับประทานข้าว แป้ง น้ำตาล ขนมหวาน และไขมันมากเกินไป

3.เกลือแร่ เพื่อการเจริญเติบโตของทารก ได้แก่

-แคลเซียม ระยะตั้งครรภ์ ความต้องการแคลเซียมจะเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปสร้างกระดูกและฟันของทารก โดยจะมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในเดือนที่ 4 และสูงสุดในระยะก่อนคลอด ประเภทอาหารได้แก่ นม ปลาตัวเล็ก รับประทานทั้งกระดูก ผักบุ้ง ผักคะน้า

-เหล็ก ความต้องการเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดงและร่างกายแม่ยังต้องการสะสมไว้สำหรับระหว่างการคลอด ความต้องการเพิ่มขึ้นในระยะ 3 เดือนก่อนคลอด หากได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จะเกิดโรคโลหิตจาง มารดาจะทนต่อการสูญเสียเลือดในระหว่างการคลอดได้น้อย เพื่อป้องกันโรคโลหิตจางแพทย์จะสั่งยาบำรุงเสริมธาตุเหล็กให้คุณแม่ได้รับประทานอาหาร

-ไอโอดีน ในระหว่างการตั้งครรภ์ ต่อมไทรอยด์จะทำงานมากขึ้นทำให้ความต้องการไอโอดีนเพิ่มขึ้น ถ้าขาดไอโอดีนเพิ่มขึ้น จะทำให้ทารกตัวเล็กแคระแกร็น มีสติปัญญาต่ำ ไอโอดีนมีมากในอาหารทะเล

4.วิตามิน มีความสำคัญต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ช่วยให้การทำงานในร่างกายเป็นปกติ วิตามินที่สำคัญ คือ วิตามินเอ,ดี,อี และซี

-วิตามินเอ ต้องการเพิ่มจากเดิม 25% มีมากในผักใบเหลือง นม เนย

-วิตามินดี ช่วยสร้างกระดูกและฟัน ได้แก่ ไข่ ตับ เนย

-วิตามินอี ช่วยมิให้เกิดการแท้ง ได้แก่ ผักใบเขียว ถั่ว เนย ไข่แดง

-วิตามินซี สร้างเนื้อเยื่อช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก ได้แก่ ผลไม้ ส้ม มะเขือเทศ



การผักผ่อน


-นอนหรือพักผ่อนโดยยกปลายเท้าสูงเล็กน้อย

-ควรนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง

-การนอนในตอนบ่ายจะมีประโยชน์เพิ่มขึ้นแก่คุณแม่และทารกในครรภ์


อาการที่พบขณะตั้งครรภ์

คลื่นไส้อาเจียน ที่เรียกว่าแพ้ท้อง พบได้แต่ประจำเดือนเริ่มขาด ควรรับประทานอาหารทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง ควรลดอาหารทอดหรือที่มันมาก ไม่ควรเคร่งเครียดและกังวลจนเกินไป ถ้ามีอาการแพ้ท้องมากควรปรึกษาแพทย์

1.ท้องอืด ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก ของหมักดอง อาหารหรือเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดลมหรือแก๊ส

2.ท้องผูก ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยเช่นผัก ผลไม้ให้มากขึ้น หรือดื่มน้ำลูกพรุน ออกกำลังกสายบ้าง แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว ถ้าท้องผูกมากควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

3.ปัสสาวะบ่อยขึ้น เป็นเพราะมดลูกที่โตขึ้นไปเบียดกระเพาะปัสสาวะไว้นานๆ

4.ตกขาว พบได้ตลอดระยะตั้งครรภ์ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีตกขาวมากเป็นปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือมีอาการคันร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์

5.ตะคริว มักเป็นที่ปลายเท้าและน่อง ควรนอนยกขาให้สูง รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่นดื่มนม 2-3 แก้วต่อวัน รับประทานกุ้ง ปลาตัวเล็กๆ ปลากระป๋อง ผักใบเขียวจัด เป็นต้น

6.ฝ้าและผิวหนังคล้ำขณะตั้งครรภ์ อาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไปเองหลังคลอด

7.ปวดหลัง ไม่ควรเดินทางระยะไกลจนเกินไป ควรเลือกเก้าอี้ที่เอนเล็กน้อย และควรสวมรองเท้าส้นเตี้ยพอดีกับเท้า สูงประมาณ 1 นิ้ว เพื่อป้องกันการปวดหลัง ข้อเท้าแพลงหรือหกล้มได้

สตรีมีครรภ์ที่ควรงดเพศสัมพันธ์

1.มีประวัติแท้งบ่อย ให้งดในช่วง 3 เดือนแรก

2.มีประวัติคลอดก่อนกำหนด ควรงดในระยะ 3 เดือนก่อนคลอด

3.มีเลือดออกทางช่องคลอด

4.ต้องครรภ์แฝด

5.รกเกาะต่ำ

6.มีน้ำเดิน



ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/